• บ้านภู จังหวัดมุกดาหาร (2552)

    บ้านภู หมู่ที่ 1,2 ตำบลบ้านเป้า อำเภอหนองสูง

    บ้านภู หมู่ที่ 1,2 ตำบลบ้านเป้า อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร เป็นหนึ่งหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวของจังหวัดมุกดาหาร ในปี 2549 และได้ผ่านการประเมินมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย 3 ปีซ้อนอีกทั้งได้รับโล่รางวัลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาประเภทชุมชนดีเด่นทางด้านการท่องเที่ยว พ.ศ. 2549 ชุมชนบ้านภูเป็นชาวผู้ไทย บรรพบุรุษมาจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง สภาพพื้นที่โดยทั่วไปล้อมรอบด้วยภูเขา อากาศดี มีธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมสวยงาม และพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์ปัจจุบัน บ้านภู เป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ อีกทั้งยังมีแหล่งเรียนรู้ของชุมชนกระจายอยู่ทั่วหมู่บ้าน

  • บ้านจอมแจ้ง จังหวัดหนองคาย (2552)

    บ้านจอมแจ้ง หมู่ที่ 1 ตำบลสีกาย อำเภอเมือง

    เศรษฐกิจพอเพียง สร้างสุขที่บ้านจอมแจ้ง หนองคาย บ้านจอมแจ้ง หมู่ที่ 1 ตำบลสีกาย อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย เป็นหนึ่งในหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวของจังหวัดหนองคายจอมแจ้ง ถือเป็นหมู่บ้านที่มีความโดดเด่นในการดำเนินชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงภายใต้อาชีพการเกษตรทั้งการทำนา ปลูกผัก ทำสวน ควบคู่ไปกับการอยู่กับธรรมชาติ โดยรอบที่งดงาม และบริสุทธิ์ของริมแม่น้ำโขงอันเป็นสถานที่ตั้งของหมู่บ้านหมู่บ้านแห่งนี้ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2399 หรือ 151 ปีมาแล้ว จากจุดแวะพักเล็กๆ ในตอนกลางคืนระหว่างการเดินเรือตามลำโขงของผู้คนในอาณาบริเวณนี้ ด้วยเหตุเพื่อป้องกันการถูกปล้นจากโจร ผู้ร้าย เมื่อเช้าแจ้ง จึงเริ่มเดินทางต่อ ชาวบ้านและชาวเรือที่เดินทางผ่านประจำจึงเรียกว่า “ บ้านแจ้ง” ต่อมาได้มีการจัดตั้งชื่อหมู่บ้านอย่างเป็นทางการ นายอำเภอเมืองหนองคายสมัยนั้น ได้เพิ่มคำว่า จอมนำหน้าคำว่าแจ้ง จึงได้เรียกชื่อว่า“บ้านจอมแจ้ง” อย่างเป็นทางการตั้งแต่บัดนั้นมา

  • บ้านยาง จังหวัดเชียงใหม่ (2552)

    บ้านยาง หมู่ที่ 12 ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง

    เสน่ห์แห่งอาหารยูนนาน ความงามแห่งธรรมชาติที่บ้านยาง เชียงใหม่ หนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสัมผัส บ้านยาง หมู่ที่ 12 ตำบลแม่งอน อำ เภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ในเขตโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำแม่งอนอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ เป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านซุกซ่อนตัวอยู่ใต้เงาแห่งขุนเขา อันเต็มไปด้วยเสน่ห์ รอคอยให้นักเดินทางเข้าไปสัมผัส ความโดดเด่นของหมู่บ้านแห่งนี้ คือความงดงามตระการตาของธรรมชาติ และความงดงามของวิถีชีวิตในชุมชน ที่ผสมผสานวัฒนธรรมหลากหลาย ทั้งพุทธ มุสลิม และคริสต์ โดยทั้งหมดมีการอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข นอกจากนี้ ยังมีความงดงามในความเรียบง่ายของวิถีชีวิตที่ดำเนินตามแนวพระราชดำริ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง และเปี่ยมล้นไปด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ซึ่งเป็นบรรยากาศที่ผู้มาเยือนจะสัมผัสได้ในทุกย่างก้าวของหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ หนึ่งในหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่

  • บ้านเขากอบ จังหวัดตรัง (2552)

    บ้านเขากอบ หมู่ที่ 1 ตำบลเขากอบ อำเภอห้วยยอด

    หอมกลิ่นไม้เทพธาโร ล่องธาราใต้พิภพ ที่บ้านเขากอบ เมืองตรัง บ้านเขากอบ หมู่ที่ 1 ตำบลเขากอบ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง เป็นหนึ่งหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวของจังหวัด บ้านเขากอบ ตั้งชื่อตามสภาพพื้นที่ ซึ่งเป็นเทือกเขาที่อยู่ใกล้หนองน้ำ เรียกว่า หนองคล้าเขากอบเป็นแหล่งที่อยู่ของสัตว์นานาชนิด โดยเฉพาะ นกหงส์ ที่อาศัยอยู่บริเวณเทือกเขาส่งเสียงร้อง กอบ กอบ ดังไปทั่ว ชาวบ้านจึงเรียกภูเขาเทือกนั้นว่า เขากอบ ตามเสียงร้องของนกหงส์ มาตราบจนปัจจุบัน

  • บ้านท้ายเสาะ จังหวัดสงขลา (2552)

    บ้านท้ายเสาะ หมู่ที่ 8 ตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง

    ดูทะเลสาบสงขลา ซื้อผ้าทอเกาะยอ เสน่ห์ชวนหลงที่บ้านท้ายเสาะ สงขลา บ้านท้ายเสาะ หมู่ที่ 8 ตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลเกาะยอ โดยอยู่ติดกับทะเลสาบสงขลา มีทิวทัศน์สวยงาม มีทรัพยากรสัตว์น้ำในทะเลสาบสงขลาเป็นจำนวนมาก เหมาะสำหรับทำการประมงชายฝั่ง และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันเป็นอย่างดี ด้วยสภาพที่ตั้งเป็นหมู่บ้านที่อยู่ท้ายเกาะ ชาวบ้านจึงเรียกหมู่บ้านนี้ว่า“บ้านท้ายเสาะ” มาจนกระทั่งทุกวันนี้บ้านท้ายเสาะ ได้รับการจัดตั้งจากกรมพัฒนาชุมชนให้เป็นหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลา ในปี 2552

  • บ้านหนองโสน จังหวัดนครราชสีมา (2552)

    บ้านหนองโสน หมู่ที่ 8 ตำบลท่าอ่าง อำเภอโชคชัย

    ผลิตภัณฑ์หล่อหินทราย งานฝีมือของบ้านหนองโสน นครราชสีมา บ้านหนองโสน หมู่ที่ 8 ตำบลท่าอ่าง อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา เป็นหนึ่งหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวของจังหวัดนครราชสีมา เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงในการผลิตผลิตภัณฑ์หล่อหินทรายได้เริ่มต้นขึ้นในปี 2539 เมื่อนายสายัณห์ แพทย์จะโป๊ะ (ช่างอ๋อย) ได้คิดนำดินเหนียวมาปั้นเป็นรูปต่างๆ นำมาเผาเป็นเครื่องปั้นดินเผา แต่ขายไม่ค่อยได้ ต่อมานายชูชัย วรกุล อดีตพัฒนาการอำเภอโชคชัย ได้มาประชุมชาวบ้านหนองโสน ได้มาพบกับนายสายัณห์ จึงได้แนะนำให้ทำกระเช้าเถาวัลย์บันไดลิงที่มีมากในป่าหนองโสน นำไปขายริมถนนแต่ไม่ได้รับความสนใจจากลูกค้าหลังจากนั้นได้พาไปดูงานที่ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้เห็นรูปหล่อปราสาทหินพนมรุ้ง ทำจากปูนปาสเตอร์ จึงได้ซื้อมาและทดลองทำงานชิ้นแรก โดยนำ ปูนซีเมนต์ขาว หินทรายและน้ำมาผสมกัน แล้วเทลงในแบบหล่อ ทิ้งไว้ให้แห้งแล้วนำไปล้างทำความสะอาด โดยเรียกชิ้นงานว่า “ผลิตภัณฑ์หล่อหินทราย” โดยช่วงแรก ทำเป็นสัตว์ประเภทต่างๆ เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย ต่อมาพัฒนาเป็น เก๋ง (โคมไฟ) สะพาน ปลาตัวเล็กจึงได้รับความนิยมมากขึ้น ต่อมาในปี พ.ศ. 2540 นายสุทิน ปรอยกระโทก ซึ่งเป็นราษฎรในหมู่บ้านหนองโสนได้คิดออกแบบผลิตภัณฑ์หล่อหินทราย ช้างแบกถุงเงิน เป็นเจ้าแรก ซึ่งจำหน่ายได้ดี แต่มีขนาดเล็ก จึงได้คิดออกแบบผลิตภัณฑ์หล่อหินทรายที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เป็นแผ่นติดผนังหล่อหินทรายรูปนางวรรณคดี รูปวิถีไทย มีขนาด กว้าง 80 ซม. ยาว 100 ซม. ต่อมาในปี พ.ศ.2551 ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์หล่อหินทราย เป็นจิ๊กซอว์ขนาดใหญ่ขึ้น กว้าง 1.20 ม. ยาว 2.00 ม. ซึ่งเป็นความต้องการของลูกค้า จำหน่ายได้ราคาดี ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์หล่อหินทรายแผ่นติดผนัง ได้พัฒนาเป็นรูปนางวรรณคดี รูปวิถีไทย รูปกินรี และรูปช้างป่า เป็นต้น

  • บ้านเฉลิมเกียรติพัฒนา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (2553)

    บ้านเฉลิมเกียรติพัฒนา หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน

    ป่างาม น้ำตกสวย ที่บ้านเฉลิมเกียรติพัฒนา ประจวบคีรีขันธ์ บ้านเฉลิมเกียรติพัฒนา หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เป็นหมู่บ้านหนึ่งที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมการพัฒนาชุมชน ตามโครงการหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว พ.ศ. 2553 เดิมเป็น หมู่บ้านตามโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหมู่บ้านสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ ป่าละอู-ป่าเด็ง ต่อมาปี 2520 โครงการพระราชดำริฯ ได้แยกหมู่บ้านออกเป็นรุ่น ๆ บ้านเฉลิมเกียรติพัฒนา อยู่ในรุ่นที่ 2 และเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้พระราชทานจัดสรรที่ดินให้กับราษฎรได้มีที่อยู่อาศัยและมีที่ทำกิน จึงพร้อมใจกันตั้งชื่อบ้านใหม่ว่า “บ้านเฉลิมเกียรติพัฒนา”

  • บ้านคลองนครเนื่องเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา(2553)

    บ้านคลองนครเนื่องเขต หมู่ที่ 9 ตำบลนครเนื่องเขต อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา

    ตลาดโบราณ วิถีชีวิตริมน้ำบางปะกง ฉะเชิงเทรา บ้านคลองนครเนื่องเขต หมู่ที่ 9 ตำบลนครเนื่องเขต อำเภอเมืองฉะเชิงเทราจังหวัดฉะเชิงเทราซึ่งเป็นที่ตั้งหลักของตลาดโบราณนครเนื่องเขต เดิมเรียกบริเวณนี้ว่า “สี่แยกท่าไข่” เพราะเป็นบริเวณที่มีลำคลองตัดกันเป็นสี่แยก คือ คลองขวาง และคลองนครเนื่องเขต อันเป็นลำคลองสายหลัก และเป็นเส้นทางคมนาคมของประชาชนในพื้นที่เพื่อการค้าขาย การขนส่งต่างๆ มาแต่ครั้งอดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ที่สำคัญ คลองนครเนื่องเขต ยังเป็นลำคลองที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จกลับพระนครเมื่อครั้งเสด็จกลับพระนครเมื่อครั้งเสด็จเปิดเส้นทางรถไฟสายเหนือและสายตะวันออก โดยประทับเรือยอดไชยาจากฉะเชิงเทราผ่านคลองนครเนื่องเขต ในขณะที่อีก 87 ปี ต่อมา เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2537 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จจากคลองแสนแสบผ่านคลองนครเนื่องเขต เข้าสู่คลองท่าไข่ จากวันนั้นชาวตลาดนครเนื่องเขตก็พร้อมใจกันให้วันที่ 20 กันยายน ของทุกปีเป็น “วันอนุรักษ์รักษาคูคลอง”

  • บ้านดอนหลวง จังหวัดลำพูน (2553)

    บ้านดอนหลวง หมู่ 7 ตำบลแม่แรง อำเภอป่าซาง

    ผ้าฝ้ายทอมือ แสนงามที่บ้านดอนหลวง ลำพูน บ้านดอนหลวง หมู่ 7 ตำบลแม่แรง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เป็นหนึ่งหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวของจังหวัดลำพูน บ้านดอนหลวง เป็นชุมชนชาวยองเก่าแก่ที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ระบุว่า ก่อตั้งประมาณปี พ.ศ. 2352 ในรัชสมัยของเจ้ากาวิละได้กวาดต้อนผู้คนจากเมืองยอง ประเทศพม่าเข้ามาตั้งบ้านเรือนเพื่อ “เก็บฮอมตอมไพร่” เพื่อกอบกู้เมืองเชียงใหม่คืนจากพม่าตั้งบ้านเรือนอยู่ประมาณปี พ.ศ.2352 ชื่อหมู่บ้านกอถ่อน ต่อมามีผู้อพยพมาสมทบชุมชนขยายตัวมาตั้งบ้านเรือนอยู่ ณ ที่ตั้งหมู่บ้านปัจจุบันซึ่งเป็นที่ดอน จึงเรียกชื่อหมู่บ้านใหม่ว่า“บ้านดอนหลวง” บ้านดอนหลวง เป็นหมู่บ้านที่ขึ้นชื่อในเรื่องของผ้าฝ้ายทอมือ โดยจะมีการจัดงาน“แต่งสี อวดลายผ้าฝ้ายดอนหลวง” ประจำต่อเนื่องทุกปีมาจนถึงปัจจุบัน โดยจัดงานครั้งละ 5 วัน เริ่มวันศุกร์แรกของเดือนเมษายน

  • บ้านหนองแม่นา จังหวัดเพชรบูรณ์ (2553)

    บ้านหนองแม่นา หมู่ 6 ตำบลหนองแม่นา อำเภอเขาค้อ

    สัมผัสมหัศจรรย์แห่งการผญจภัย ที่บ้านหนองแม่นา เพชรบูรณ์ บ้านหนองแม่นา หมู่ 6 ตำบลหนองแม่นา อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นหนึ่งในหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวของจังหวัด บ้านหนองแม่นา เดิมเป็นพื้นที่อาศัยของชาวเขาเผ่าม้งและเผ่าต่างๆ ทำกินมาก่อน ต่อมารัฐบาลจัดพื้นที่ บ้านหนองแม่นา ให้กับทหารปลดประจำการและราษฎรอาสาได้ทำกินและได้รับการยกย่องให้เป็นหมู่บ้านทหารพราน โดยมีอนุสาวรีย์พันตรีทองแดง บุญญานุสิทธิ์ซึ่งเป็นนักรบกล้าที่เสียชีวิตระหว่างการสู้รบ บ้านหนองแม่นา อยู่ติดกับเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ที่มีทุ่งหญ้าสะวันนาที่ใหญ่ที่สุดของเมืองไทย และมีระยะทางห่างจากอำเภอเขาค้อ ประมาณ 20 กิโลเมตร ด้วยสภาพ ชุมชนที่อยู่ติดกับลำน้ำเข็กที่อุดมไปด้วยสัตว์น้ำนานาชนิด เช่น แมงกะพรุนน้ำจืด ผีเสื้อ หลากหลาย น้ำใสสะอาด อากาศหนาวเย็นทั้งปี จึงเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

  • บ้านแม่ปิง จังหวัดแม่ฮ่องสอน (2553)

    บ้านแม่ปิง หมู่ที่ 4 ตำบลแม่ฮี้ อำเภอปาย

    หอมกลิ่นไอวิถีแห่งปกาเก่อญอ ที่บ้านแม่ปิง แม่ฮ่องสอน บ้านแม่ปิง หมู่ที่ 4 ตำบลแม่ฮี้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นหนึ่งในหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวของจังหวัดแม่ฮ่องสอน หมู่บ้านแม่ปิง เป็นหมู่บ้านชาติพันธุ์ ปกาเก่อญอ หรือชาวกะเหรี่ยง มีวิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตนเอง หมู่บ้านแห่งนี้ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2305 โดยชาวปกาเก่อญอ ซึ่งเดิมตั้งถิ่นฐานอยู่ด้านฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปาย ปัจจุบัน คือ บ้านเมืองแพร่ ตำบลเวียงใต้ ปัจจุบันบ้านแม่ปิง (ชาติพันธุ์ปกาเก่อญอ หรือ กะเหรี่ยง) มี 229 ครัวเรือน จำนวนประชากรที่อาศัยอยู่ในชุมชนจริงทั้งสิ้น 893 คน ประชากรนับถือศาสนาพุทธ และศาสนาคริสเตียน และมีหย่อมบ้าน 2 หย่อมบ้าน คือ บ้านห้วยหวาย(ชาติพันธุ์ลาหู่) และบ้านแม่ยะน้อย (ชาติพันธุ์ลีซู)

  • บ้านท่าสว่าง จังหวัดสุรินทร์ (2553)

    บ้านท่าสว่าง หมู่ที่ 1 ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมืองสุรินทร์

    ท่าสว่าง เมืองสุรินทร์ หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงหัตถกรรมผ้าไหม แห่งเดียวของประเทศ บ้านท่าสว่าง หมู่ที่ 1 ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ เป็นหนึ่งหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวของจังหวัดสุรินทร์ บ้านท่าสว่างเดิมชื่อบ้านเตรี๊ยะ เป็นภาษาพื้นบ้าน (เขมร) คำว่าเตรี๊ยะ เป็นชื่อพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่ง ภาษาไทยว่าต้นชาด บรรพบุรุษของชาวบ้านเตรี๊ยะ ได้อพยพมาจากบ้านระเภาร์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ห่างจากบ้านเตรี๊ยะไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 5 กิโลเมตร ในปี พ.ศ. 2485 ได้รวมหมู่บ้านเตรี๊ยะกับหมู่บ้านอื่นๆ เป็นตำบลท่าสว่าง และบ้านเตรี๊ยะ ก็ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นบ้านท่าสว่างตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา