• บ้านค่ายรวมมิตร จังหวัดสตูล (2553)

    บ้านค่ายรวมมิตร หมู่ที่ 8 ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง

    บ้านค่ายรวมมิตร หมู่บ้านหัตถกรรมฝาสานขึ้นชื่อสตูล บ้านค่ายรวมมิตร หมู่ที่ 8 ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล เป็นหนึ่งในหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวของจังหวัดสตูล บ้านค่ายรวมมิตร ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านหัตถกรรมฝาสานไม้ไผ่ ที่มีลวดลายสวยงามมากมาย มีความคงทน ที่สืบทอดกันมาเป็นเวลายาวนาน

  • บ้านปากด่าน จังหวัดสุราษฎร์ธานี (2553)

    บ้านปากด่าน หมู่ที่ 6 ตำบลเลม็ด อำเภอไชยา

    สุขพระธรรมที่สวนโมกข์ สุขใจที่บ้านปากด่าน สุราษฏร์ธานี บ้านปากด่าน หมู่ที่ 6 ตำบลเลม็ด อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นหมู่บ้านที่อยู่ติดกับถนนสายเอเชียและสวนโมกขพลาราม เป็นหนึ่งหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาเหตุที่เรียกกันว่าหมู่บ้านปากด่านเพราะสถานที่ตั้งบริเวณนี้เป็นปากทางเข้าสู่เมืองไชยาเป็นที่ตั้งด่านตรวจคน รวมทั้งในครั้งที่เกิดสงครามพม่าในสถานที่ตรงนี้เป็นบริเวณ ที่เป็นหน้าด่านของเมืองไชยา จึงเรียกหมู่บ้านนี้ว่า “บ้านปากด่าน” บ้านปากด่านได้เริ่มก่อตั้งเมื่อไรไม่มีใครทราบแน่ชัด แต่คนรุ่นเก่าเล่าต่อๆ กันมาว่า บ้านปากด่านเป็นทางสำหรับลากไม้ทางไปตำบลเสวียดไปห้อยปริงจะมารวมต่อเชื่อมกันได้ที่ตั้งปากด่าน รถยังวิ่งไม่ได้เพราะเป็นทางแคบๆ สำหรับใช้เป็นเส้นทางลากเกวียนเพื่อการบรรทุกของบริเวณสองข้างทางในหมู่บ้านเป็นป่ามีสัตว์ป่าเกือบทุกชนิด ตอนที่ท่านอาจารย์พุทธทาสได้ก่อตั้งสวนโมกข์ใหม่ๆ มีคลองสายหนึ่งไหลผ่านมาทาง เข้าหมู่บ้าน ตรงทางด่านตัดผ่านคลองมีสะพานข้ามตรงจุดนี้เองที่ เรียกว่า ปากด่าน ท่านอาจารย์พุทธทาสได้เรียกว่า เมืองหน้าด่านเพราะคนที่จะมาที่นี่จะต้องผ่านหมู่บ้านนี้มา จึงเรียกติดปากมาจนถึงทุกวันนี้ว่า “บ้านปากด่าน”

  • บ้านสันติคีรี จังหวัดเชียงราย (2554)

    บ้านสันติคีรี หมู่ที่ 1 ตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง

    ที่นี่... บ้านสันติคีรี เชียงราย ดินแดนแห่งความสงบสุข และสวยงาม บ้านสันติคีรี หมู่ที่ 1 ตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย หมู่บ้านที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเฉลี่ย 1,200 เมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญ และเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวโดยทั่วไปอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงราย ในฐานะหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว หมู่บ้านสันติคีรี หรือ “ดอยแม่สลอง” หรือ “เหมย เซอ เล่อ” มีความหมายว่า เป็นดินแดนแห่งความสงบสุข เรียบร้อยและสวยงาม ด้วยสภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูงชัน สลับซับซ้อนอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี จึงเหมาะที่จะเป็นแหล่งผลิตพืชเมืองหนาว เช่น ชาจีน (ชาอู่หลง) บ๊วย ท้อ ผัก ผลไม้ และไม้ดอกเมืองหนาว และได้กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ขึ้นชื่อของหมู่บ้านแห่งนี้ อีกทั้ง มีผู้คนอยู่อาศัยถึง 7 ชนเผ่า เช่น ชาวจีนยูนนาน ชาวไทยภูเขาเผ่าเย้า เผ่าอาข่า เผ่าลีซู (ลีซอ) เผ่าลาหู่ ไทยใหญ่ และไทยลื้อโดยแต่ละชนเผ่าล้วนมีประวัติความเป็นมายาวนาน รวมถึงการมีประวัติศาสตร์ของวีรชนชาวจีนที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ชาติไทยที่น่าสนใจ

  • บ้านหนองอาบช้าง จังหวัดเชียงใหม่ (2554)

    บ้านหนองอาบช้าง หมู่ที่ 9 ตาบลสบเตี๊ยะ อำเภอจอมทอง

    อลังการณ์กับผ้าทอมือ ที่บ้านหนองอาบช้าง เชียงใหม่ บ้านหนองอาบช้าง หมู่ที่ 9 ตาบลสบเตี๊ยะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหนึ่งในหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นหมู่บ้านที่มีความโดดเด่นด้านผ้าทอมือ มี “พิพิธภัณฑ์ผ้าป้าดา” (บ้านไร่ไผ่งาม) อันเป็นบ้านของศิลปินแห่งชาติ ที่เป็นแหล่งสั่งสมองค์ความรู้ ภูมิปัญญา และผลงานด้าน การทอผ้าฝ้ายแบบดั้งเดิม การย้อมผ้าด้วยสีสมุนไพร ซึ่งเกิดจากพลังปัญญาสร้างสรรค์ของ “นางแสงดา บันสิทธิ์” หรือป้าดาผู้นี้ อีกทั้งได้รับเลือกให้เป็นหมู่บ้านหัตถกรรมล้านนา ต้นแบบ ปี 2553 (ด้านหัตถกรรม)

  • บ้านฮวก จังหวัดพะเยา (2554)

    บ้านฮวก หมู่ 3,12 ตำบลภูซาง อำเภอภูซาง

    ผลิตภัณฑ์จากผ้า วิถีคนชายแดน เสน่ห์ที่บ้านฮวก เมืองพะเยา บ้านฮวก หมู่ 3,12 ตำบลภูซาง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา เป็นหนึ่งหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวของจังหวัดพะเยา ที่นี่คือหมู่บ้านชายแดนไทย - ลาว โดยตั้งอยู่ห่างจากตัวจังหวัดพะเยา ประมาณ 100 กิโลเมตร ตามถนนสาย พะเยา - จุน - เชียงคำ – ภูซาง บ้านฮวก จึงนับเป็นอีกหนึ่งที่มีเรื่องราวที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการสัมผัสวิถีชีวิตของคนชายแดนไทย-ลาว

  • บ้านบางน้ำผึ้ง จังหวัดสมุทรปราการ (2554)

    บ้านบางน้ำผึ้ง หมู่ที่ 3 ตำบลบางน้ำผึ้ง อำเภอพระประแดง จ

    ไปสูดโอโซนให้เต็มปอดที่บ้านบางน้ำผึ้ง สมุทรปราการ บ้านบางน้ำผึ้ง หมู่ที่ 3 ตำบลบางน้ำผึ้ง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นหนึ่งในหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวของจังหวัดสมุทรปราการ บ้านบางน้ำผึ้ง หมู่ที่ 3 เป็นชุมชน ดั้งเดิมที่ตั้งมาเป็นเวลานาน ขนาดพื้นที่ไม่กว้างใหญ่มากนัก โดยมีพื้นที่ทั้งสิ้นประมาณ 70 ไร่ ประชากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เป็นคนดั้งเดิมที่อยู่มาอย่างยาวนาน พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ยังคงความอุดมสมบูรณ์ ด้วยสภาพแวดล้อมและลักษณะภูมิประเทศที่อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา และเป็นคนดั้งเดิม ส่งผลให้คนในชุมชน มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ โอบอ้อมอารี รักธรรมชาติ และมีจิตสำนึกการมีส่วนร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน

  • บ้านหัวเขาจีน จังหวัดราชบุรี (2554)

    บ้านหัวเขาจีน หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยยางโทน อำเภอปากท่อ

    วิถีแห่งชาวไทยทรงดำ ความประทับใจไม่รู้ลืมที่บ้านหัวเขาจีน ราชบุรี บ้านหัวเขาจีน หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยยางโทน อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เป็นหนึ่งหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวของจังหวัดราชบุรี โดยบ้านหัวเขาจีน เป็นนามเรียกขาน ถิ่นที่อยู่อาศัยของกลุ่ม ชนชาติพันธุ์หนึ่งเรียกว่า “ไทยทรงดำ” ตามประวัติกล่าวว่า ชาวไทยทรงดำ ได้อพยพย้ายถิ่นฐานมาจากดินแดนที่ห่างไกลและได้เข้ามาจับจองในขณะนั้น เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งที่อยู่ใต้สุดของอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี สภาพพื้นที่เป็นที่ราบลุ่ม ที่เป็นผืนป่า หนองน้ำ และภูเขา ซึ่งยังไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ จึงได้ตั้งหลักปักฐาน ณ บริเวณนี้ ส่วนที่มาของชื่อหมู่บ้าน มีการเล่าสืบต่อกันมาว่า บ้านหัวเขาจีนในอดีตจะมีทะเลล้อมรอบและได้มีพ่อค้าชาวจีน นำเรือสำเภามาซื้อขายและแลกเปลี่ยนสินค้าบริเวณนี้ แต่ได้เกิดอุบัติเหตุเรือสำเภาแตก หัวเรือมาติดอยู่กับภูเขา จึงเรียกว่า หัวเขาจีน ต่อมาได้ใช้เป็นชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านหัวเขาจีน” มาจนถึงปัจจุบัน

  • บ้านทับทิมสยาม 06 จังหวัดศรีสะเกษ (2554)

    บ้านนาจะเรียแห่งทับทิมสยาม 06 หมู่ที่ 6 ตำบลปรือใหญ่ อำเภอขุขันธ์

    สัมผัสผ้าทอ ชมความงามของบ้านทับทิมสยาม 06 (นาจะเรีย) บ้านนาจะเรีย หมู่ที่ 6 ตำบลปรือใหญ่ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นหนึ่งในหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวของจังหวัดศรีสะเกษ บ้านนาจะเรียนับเป็นชุมชนที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้ง ทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม ประเพณีและวิถีชิวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วยวิถีชีวิตของชุมชนที่เรียบง่าย และงดงามตามธรรมชาติ หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2535 โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดศรีสะเกษ ตามโครงการจัดที่ทำกินให้ราษฎรผู้ยากไร้ (กอ.รมน.คจก.) จังหวัดศรีสะเกษ ที่สำคัญ คือ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2536 ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ฯ องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ได้เสด็จเยี่ยมราษฎร ตามแนวชายแดนโดยเฉพาะพื้นที่บ้านนาจะเรีย เมื่อครั้งทรงทอดพระเนตรศูนย์อพยพโอตราว ได้มีพระราชดำริที่จะพัฒนาราษฎรตามแนวชายแดน โดยเฉพาะบ้านนาจะเรียให้มีคุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้นและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการปลูกป่าเพื่อเสริมความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ฯ ได้ทรงรับหมู่บ้านนาจะเรียเข้าโครงการหมู่บ้านทับทิมสยามและกำหนดให้เป็นหมู่บ้านทับทิมสยาม 06 เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต สภาพแวดล้อมและสร้างความมั่งคั่ง มั่นคง ให้เกิดขึ้นกับราษฎร เป็นต้นมา

  • บ้านหนองหล่ม จังหวัดมุกดาหาร (2554)

    บ้านหนองหล่ม หมู่ที่ 3 ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอดอนตาล

    รอยยิ้ม สายน้ำ วัฒนธรรมสองฝั่งโขง มีที่นี่ บ้านหนองหล่ม มุกดาหาร บ้านหนองหล่ม หมู่ที่ 3 ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เป็นหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวของจังหวัดมุกดาหาร โดยเฉพาะการท่องเที่ยววิถีผู้ไทย และสายน้ำ วัฒนธรรมสองฝั่งโขง บรรพบุรุษบ้านหนองหล่มดั้งเดิมตั้งถิ่นฐานอยู่ที่เมืองวังอ่างคำ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ต่อมาเกิดความแห้งแล้ง ผู้คนจึงได้อพยพมาจนพบหนองน้ำใหญ่แห่งหนึ่งหนองน้ำใหญ่แห่งนี้ มีความอุดมสมบูรณ์มีน้ำไหลตลอดปี อีกทั้งสภาพโดยรอบเต็มไปด้วยป่าไม้ พืชพันธุ์ธัญญาหาร มีที่ดินเหมาะแก่การทำนา ปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ จึงได้ตกลงตั้งถิ่นฐานอยู่ใกล้หนองน้ำขนาดใหญ่แห่งนี้ เรียกชื่อว่า “ห้วยหนองหล่ม” และตั้งชื่อหมู่บ้านตามแหล่งน้ำที่อาศัยว่า “บ้านหนองหล่ม” จนกระทั่งปัจจุบัน

  • บ้านท่าเรือ จังหวัดนครพนม (2554)

    บ้านท่าเรือ ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 1, 2, 8 ตำบลท่าเรือ อำเภอนาหว้า

    ท่าเรือหมู่บ้านแห่งเสียงดนตรีริมโขง นครพนม บ้านท่าเรือ ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 1, 2, 8 ตำบลท่าเรือ อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม เป็นหนึ่งหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวของจังหวัดนครพนม หมู่บ้านแห่งนี้ก่อตั้งเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2445 โดยตำนานเล่าขานถึงที่มาของชื่อหมู่บ้าน สืบเนื่องจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวท่าเรือ คือ ในช่วงฤดูฝนมีน้ำมากและไหลเชื่อมโยงกันแม่น้ำต่างๆ เช่น น้ำอูน น้ำสงครามและน้ำโขง เป็นต้น จึงมีเรือพ่วงขนาดใหญ่ บรรทุกสินค้าประเภทของป่า และสินค้าต่างๆ มาจอดเทียบฝั่งทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของหมู่บ้านเพื่อมาแลกเปลี่ยนสินค้ากันทุกปี หมู่บ้านนี้จึงเปรียบเสมือนเมืองท่าของพ่อค้า ที่แวะเวียนนำ สินค้าอย่างอื่นมาแลกข้าวกับชาวท่าเรือ ซึ่งนับว่าเป็นแหล่งผลิตข้าวที่อุดมสมบูรณ์

  • บ้านเกาะพิทักษ์ จังหวัดชุมพร (2554)

    บ้านเกาะพิทักษ์ หมู่ที่ 14 ตำบลบางน้ำจืด อำเภอหลังสวน

    ไปทะเลบ้านเกาะพิทักษ์ ชุมพร ดำน้ำดูปะการังและหอยมือเสือ ความสุขที่อยู่แค่เอื้อม บ้านเกาะพิทักษ์ หมู่ที่ 14 ตำบลบางน้ำจืด อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของจังหวัดชุมพร ทั้งนี้ เดมิ เกาะพิทักษ์ เป็นหมู่บ้านขนาดเล็กตั้งอยู่ห่างจากผืนดิน ประมาณ 1,200 เมตร มีพื้นที่ 712 ไร่ เป็นเกาะที่ไม่มีคนอาศัยอยู่ มีป่าไม้ขนาดเล็กปกคลุมทั่วไปต่อมาชาวประมง ทำประมงบริเวณใกล้เคียงเดินทางมาจากที่อื่นๆ อาศัยเกาะพิทักษ์เป็นที่หลบลมบางครั้ง และหลบลมมรสุม จึงมีการสร้างที่พักชั่วคราวขึ้น เมื่อเวลานานเข้าจึงมีการตั้งบ้านเรือนอยู่ เป็นการถาวร และได้กลายมาเป็นหนึ่งหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพรในวันนี้

  • บ้านคลองแห จังหวัดสงขลา (2554)

    หมู่บ้านหัตถกรรมบ้านคลองแห-หนองทราย หมู่ที่ 4,10 ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่

    กรงนกแสนสวย เอกลักษณ์แห่งภูมิปัญญา บ้านคลองแห-หนองทราย สงขลา หมู่บ้านหัตถกรรมบ้านคลองแห-หนองทราย หมู่ที่ 4,10 ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นหมู่บ้านที่มีความโดดเด่นในเรื่องของการทำกรงนก กรมการพัฒนาชุมชน ได้จัดตั้งให้เป็นหนึ่งในหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลา เมื่อปี 2554 บ้านคลองแห-หนองทราย เป็นชุมชนหัตถกรรม ที่มีวิถีชีวิตดั้งเดิม พึ่งพาตนเองคนในชุมชนยังยึดถือปฏิบัติตามวิถีชาวมุสลิม เคร่งครัดในการปฏิบัติตนตามหลักศาสนา อยู่รวมกันเป็นครอบครัวระบบเครือญาติ วิถีชีวิตของผู้คนในหมู่บ้านแห่งนี้ ยังคงเน้นการรักษาเอกลักษณ์ของชาวใต้ในภูมิปัญญา การทำกรงนกได้อย่างสวยงามและเป็นที่ถูกใจของลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ