การทำนาเกลือ

หมวด : อื่นๆ เกษตรกรรม

ผลิตภัณฑ์

ประวัติความเป็นมา

ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ปรากฏว่ามีการทำนาเกลืออยู่เพียง ๒ พื้นที่ด้วยกัน คือ . ๑. พื้นที่บ้านนาเกลือ อำเภอบางละมุง ซึ่งชาวนาเกลือที่บ้านนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ยุติการทำนาเกลือมามากกว่า ๔๐ ปีแล้ว โดยสิ้นเชิง ปัจจุบันพื้นที่นาเกลือในอดีต กลายเป็นอาคารร้านค้า บ้านพักที่ อยู่อาศัย ฯลฯ เมื่อ ๔๐ กว่าปีก่อน หากท่านเคยเดินทางจากชลบุรีหรือกรุงเทพเพื่อไปอำเภอบางละมุงโดยใช้ถนนสุขุมวิท ก่อนที่จะถึงอำเภอบางละมุง จะมองเห็นพื้นที่ของการทำนาเกลือจำนวนมาก ผู้สัญจรผ่านไปมาจะพูดคุยแนะนำและชี้ให้ชมกันว่านี่คือพื้นที่ทำนาเกลือ อันมีสัญลักษณ์จุดเด่นชวนมองอยู่ที่ กังหันลมวิดน้ำเข้านาซึ่งกำลังหมุนด้วยแรงลมอยู่อย่างต่อเนื่อง และอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นที่ชวนมองของผู้คนทั้งหลาย ได้แก่ ฝูงนกกระยางสีขาว ที่โผบินว่อนจากพื้นสู่ท้องฟ้าเป็นฝูงๆใหญ่ นับสิบๆฝูง

๒. พื้นที่ตำบลคลองตำหรุ อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี หากท่านเคยเดินทางจากกรุงเทพเพื่อไปจังหวัดชลบุรีโดยใช้ถนนสุขุมวิท เมื่อ ๔๐ กว่าปีก่อน เมื่อใกล้จะเดินทางถึงตัวเมืองชลบุรี ก็จะเห็นพื้นที่การทำนาเกลือจำนวนมาก ซึ่งแสดงว่าขณะนี้ได้เดินทางใกล้จะถึงตัวเมืองชลบุรีแล้ว และบรรยากาศก็เป็นเช่นเดียวกันกับบรรยากาศของพื้นที่ทำนาเกลือของอำเภอบางละมุงที่กล่าวไว้ทุกประการ ด้วยผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาก็จะพูดคุยแนะนำ ชี้ให้ชมพื้นที่ทำนาเกลือของตำบลคลองตำหรุบริเวณริมถนนสุขุมวิท ชี้ให้ชมกังหันลมจำนวนมากที่กำลังหมุนติ้วด้วยแรงลม ชมฝูงนกกระยางที่โผบินจากพื้นเป็นฝูงใหญ่ นับสิบๆฝูง แต่ปัจจุบันพื้นที่ทำนาเกลือของตำบลคลองตำหรุยังคงเหลืออยู่แต่พื้นที่ข้างในตำบล ไม่อาจมองเห็นได้โดยการนั่งรถผ่านถนนสุขุมวิทเหมือนดังแต่ก่อน จำนวนนกกระยางยังพอมีเหลือให้ชมอย่างใกล้ชิด แต่ไม่มาก และไม่รวมตัวกันเป็นฝูงใหญ่ดังที่เคยเห็นในอดีต ปัจจุบัน ชาวนาเกลือได้ยุติการทำนาเกลือไปหลายรายแล้ว ชาวนาเกลือที่เหลืออยู่และยังทำกันอยู่ในปี พ.ศ.๒๕๕๕ มีเหลือจำนวน ๓๕ ราย รวมพื้นที่นาเกลือทั้งหมดประมาณ ๖๐๐ ไร่ โดยพื้นที่นาเกลือทั้งหมดอยู่ในเขตหมู่ที่ ๑ บ้านนาเกลือ ตำบลคลองตำหรุ อำเภอเมืองชลบุรี และคงต้องยอมรับความจริงว่า นี่คือ ”ชาวนาเกลือรุ่นสุดท้าย” และชาวนาเกลือรุ่นสุดท้ายที่กล่าวถึงนี้

ก็กำลังเคลื่อนที่เข้าไปสู่จุดสิ้นสุดของวิถีชีวิตการทำนาเกลือตำบลคลองตำหรุ ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน

เป็นร้อยปีโดยสิ้นเชิง ในภายหน้า คงจะเป็นพียงตำนานภูมิปัญญาจากประสบการณ์ของการสังเกตและพึ่งพาธรรมชาติ เป็นเพียงความทรงจำไว้บอกเล่าลูกหลาน อีกไม่นานสักเท่าไรนับจากนี้ไป

ด้วยลูกหลานชนรุ่นใหม่หาได้สนใจกับการสืบทอดอาชีพการทำนาเกลืออีกต่อไป เพราะ “การเป็นชาวนาเกลือถือว่าเป็นงานหนัก ลูกหลานคนรุ่นใหม่คงทำกันไม่ไหว“ “สมัยยายเป็นเด็ก ยังไม่มีเครื่องสูบน้ำ บ่อยครั้งต้องใช้แรงเท้าปั่นระหัดวิดน้ำเข้านา ปั่นกันทั้งวันไม่ได้หยุดพัก เหนื่อยที่สุดในชีวิต ยังรู้สึกเข็ดมาจนถึงทุกวันนี้“ “สมัยก่อนไม่มีรถบดนา ก็ใช้แต่แรงคนลากลูกกลิ้ง ลากไป แล้วลากมา เพื่อบดพื้นนาให้แน่น สมัยนี้ก็ยังใช้แรงคนลากลูกกลิ้งอยู่เหมือนกัน” “การทำนาเกลือต้องจ้างแรงงานของคนอื่นมาช่วยด้วย แรงงานก็หายาก” “ใครจะไปทนแดดร้อนๆกลางนาเกลือได้ ยิ่งน้ำเกลือในนายังร้อนกว่าอีก” และหากสิ้นชาวนาเกลือรุ่นสุดท้ายนี้เมื่อใด ก็จะขาดผู้สืบทอดอย่างแท้จริง และในประการสำคัญอื่นๆอีก เช่น ตำบลคลองตำหรุ เป็นตำบลหนึ่งที่มีพื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ผู้คนจำนวนมากจากต่างจังหวัดที่มาทำงานในโรงงานพากันเข้ามาพักอาศัย ซื้อบ้าน ซื้อที่ดิน เช่าบ้าน เช่าที่พักในตำบล เกิดธุรกิจการทำมาค้าขายสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ ตามความต้องการของผู้ที่มาใหม่ และเมื่อราคาที่ดินในหมู่บ้าน/ตำบลขยับราคาสูงขึ้นๆ อะไรๆก็เกิดขึ้นได้เสมอ การสืบทอดอาชีพ การทำนาเกลือที่เป็นภูมิปัญญาที่ต้องพึ่งพาอาศัยธรรมชาติ อาจสิ้นสุดลง เพราะสังคมชาวนาเกลือในปัจจุบัน ก็อยู่ในสังคมที่ยึดเทคโนโลยีและเงินตราเป็นหลักเหมือนกับสังคมไทยในอาชีพอื่นๆ อีกทั้งระยะเวลาที่ไม่ได้ทำการผลิตเกลือที่เป็นช่วงฤดูฝน ชาวนาเกลือก็มีเวลาว่างงานปีละหลายเดือน ย่อมไม่อาจต้านทานการแลกเปลี่ยนขอใช้ประโยชน์ในที่ดินนาเกลือ เพื่อการก่อสร้างที่อยู่อาศัย หมู่บ้านจัดสรร ที่พักอาศัย ร้านค้าพาณิชย์ ฯลฯ ได้ไม่ อีกประการหนึ่ง ด้วยการทำนาเกลือ มีการใช้ระบบลำรางระบายน้ำทะเลเข้าสู่นาเกลือร่วมกัน หากพื้นที่ต้นทางลำรางระบายน้ำทะเลเข้าสู่นาหยุดทำการผลิต พื้นที่นาปลายทางก็ไม่อาจนำน้ำทะเลเข้าสู่นาเกลือของตนเองได้ ย่อมยุติการผลิตตามกันไปทั้งหมด

อัตลักษณ์(เอกลักษณ์)/จุดเด่นของผลิตภัณฑ์


ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมผลิตกะปิ น้ำปลา ซอส ผงชูรส ผลิตภัณฑ์อาหาร ฯลฯ และโรงงานต่างๆที่ต้องการให้ต้นทุนของโรงงานต่ำ เกลือจากคลองตำหรุจะถูกซื้อสำหรับนำไปใช้ในครัวเรือนและโรงงานอุตสาหกรรมที่ ไม่กลัวต้นทุนสูง แม้แต่โรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดชลบุรีเองหลายแห่งยังไม่กล้าซื้อเกลือคลองตำหรุเพราะกลัวต้นทุนสูง ด้วยเป็นเกลือที่ไม่เค็มจัดแล้วราคายังสูงกว่าเสียอีก หากนำเกลือที่ผลิตในแต่ละจังหวัด นำมาชั่งน้ำหนักในปริมาณที่เท่าๆกัน ปรากฎว่า เกลือคลองตำหรุมักจะมีน้ำหนักเบากว่าเกลือจากแหล่งผลิตอื่นๆ ด้วยเพราะเกลือที่มีรสเค็มจัดนั้น จะมีการรวมตัวของมวลสารหนาแน่นกว่า ตลอดจนมีลักษณะเป็นผลึกก้อนใหญ่กว่าตลอดจนมีความแข็งมากกว่า ทั้งนี้ เพราะระดับความเข้มข้นของแร่ธาตุต่างๆ ในน้ำทะเลของแต่ละจังหวัด มีความเข้มข้นแตกต่างกัน มีการยืนยันจากผู้เข้าประชุมในเวทีบันทึกภูมิปัญญาบอกเล่าไว้ว่า ได้เคยเห็นด้วยสายตาตนเองว่ามีคนใช้ก้อนเกลือ ที่มีระดับความเค็มจัดจากแหล่งผลิตจังหวัดอื่น (ขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย) เขวี้ยงศีรษะคนทำให้เกิดบาดแผลใหญ่ขนาดเลือดสาดทีเดียว แต่ก้อนเกลือคลองตำหรุ ไม่สามารถ ใช้เขวี้ยงศีรษะคนให้เกิดบาดแผลได้ เพราะขนาดไม่ใหญ่และไม่แข็งโป๊กขนาดนั้น

ความสัมพันธ์กับชุมชน

-

กระบวนการผลิต

วัตถุดิบและส่วนประกอบ

-

ขั้นตอนการผลิต

ฤดูการทำนาเกลือ คือเดือนพฤศจิกายน - พฤษภาคมของปีถัดไป กว่าจะเป็นเกลือเม็ดขาวเนียน ต้องผ่านกระบวนการผลิตหลายขั้นตอน อันเกิดจากวิถีชีวิตที่สืบทอดนับร้อยๆปี แสดงถึงความรู้ ประสบการณ์ การสังเกตและการพึ่งพาอาศัยธรรมชาติ ใช้น้ำทะเลเป็นวัตถุดิบ ใช้กังหันลมวิดน้ำเข้านา ( ปัจจุบันใช้เครื่องสูบน้ำเป็นหลักเพราะผันน้ำได้เร็วกว่า ) ใช้แสงแดดและสายลม ก่อให้เกิดการตกผลึกเกลือ การผลิตเกลือมีงานที่ต้องทำ ได้แก่ ๑ . การเตรียมพื้นที่นา และ ๒. การทำนาเกลือ เริ่มจากการผันน้ำทะเลเข้ามาเก็บไว้ และรอจนกว่าจะตกตะกอน จึงจะปล่อยสู่ “นาประเทียบ” เพื่อให้ส่วนที่เป็นน้ำระเหยออกไป จากนั้นส่งต่อไปยัง ”นารองเชื้อ” ซึ่งในขั้นนี้น้ำทะเลจะมีความเข้มข้นมากขึ้น ทิ้งน้ำทะเลไว้เช่นนี้จนกว่าความเค็มจะถึงขั้น จึงจะปล่อยสู่ “นาเชื้อ” ต้องทิ้งไว้จนความเค็มอยู่ในระดับ “แก่จัด” จึงจะปล่อยลงสู่ “นาปลง” อันเป็น แปลงนาสุดท้าย และทิ้งไว้ เกลือจะเริ่มตกผลึกและจับตัวเป็นแผ่นหนา รอคอยขั้นตอนการรื้อนาต่อไป

ก่อนจะรื้อนาต้องปล่อยน้ำออกให้หมด จากนั้นใช้ไม้ที่เรียกว่า “ไม้อีทุบ” ไถไปมาจนเกลือแตกเป็นเม็ด จึงจะสามารถชักแถวดึงเกลือมารวมกันเป็นเป็นกองเล็กๆ เรียงกันตามความยาวของแปลงนา เพื่อความสะดวกในการขนเก็บเข้ายุ้ง เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการผลิตเกลือ

การทำนาเกลือจะทำกันในฤดูแล้งเท่านั้น เพราะในฤดูฝน น้ำฝนจะทำให้เกลือที่ตกตะกอนละลายหายไป หากในระหว่างทำนาเกลือ เกิดมีฝนหลงฤดูตกลงมา จะส่งผลให้การทำนาเกลือครั้งนั้นสูญไป เป็นการพังทลายเพียงชั่วข้ามคืน ยากที่จะมีผู้ใดเข้าใจความรู้สึกของผู้สูญเสีย

การผลิตเกลือมีงานหลัก ได้แก่ การเตรียมพื้นที่นา และ การทำนาเกลือ ในแปลงนาสุดท้ายสำหรับรองรับตะกอนเกลือ จึงต้องจัดเตรียมพื้นที่อย่างพิถีพิถันกว่าแปลงนาแรกๆ ด้วยการปรับสภาพหน้าดิน เช่น ตากนา ละเลงนา เจื่อนนา และกลิ้งนาเป็นผิวอันราบเรียบและอัดแน่น เวลากลิ้งต้องกลิ้งให้พื้นแน่น ไม่เช่นนั้นเกลือดินจะติดมาด้วยทำให้เสียราคา ใช้เวลาเตรียมพื้นที่ ๓๐ วัน จึงพร้อมต่อการผลิตเกลือทั้งฤดู

นับจากการปล่อยน้ำทะเลเข้ามาเก็บไว้ กระทั่งถึงขั้นตอนการรื้อนา หากอยู่ในช่วงเริ่มต้นฤดูทำนาเกลือ ใช้เวลาประมาณ ๓๐ วัน แต่หลังจากนั้น ระยะเวลาจะลดน้อยลงเหลือประมาณ ๑๐ - ๑๕ วัน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ

โดยสรุป กระบวนการผลิต ต้องอาศัยกระบวนการเกื้อหนุนจากธรรมชาติอย่างมาก เนื่องจากต้องการ แสงแดดและสายลม ปีหนึ่งผลิตเกลือ ใช้เวลา ๕ - ๖ เดือน ทั้งนี้ หากมีฝนตกหรือน้ำท่วม กระบวนการผลิตเกลืออาจต้องใช้เวลามากกว่านี้ หรือบางครั้งอาจไม่ได้เกลือ

“พอหักค่าเช่านา ค่าจ้างคนงาน ค่าน้ำมัน ค่าอะไรต่ออะไรแล้ว เหลือถึงครึ่งก็ถือว่ามากแล้ว”

การทำขวัญนาเกลือ



พิธีกรรมการทำขวัญนาเกลือ สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนแล้ว เป็นการแสดงออกถึงความเคารพ ความกตัญญูรู้คุณต่อธรรมชาติ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการทำนาเกลือให้สำเร็จลุล่วง โดยปราศจากปัญหาอุปสรรคทั้งปวง เป็นพิธีกรรมที่เกิดขึ้นจากความเชื่อถือในเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ได้แก่ เทพเทวดา ฟ้าดิน เจ้าที่ เจ้าทาง ฯลฯ การทำขวัญนาเกลือ เป็นการบวงสรวงเพื่อขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้การทำนาเกลือได้ผลผลิตตามที่ต้องการ หากพิจารณากันอย่างลึกซึ้งแล้ว แก่นสาระของพิธีกรรมการทำขวัญนาเกลือ คือ การมองธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยความกตัญญูรู้คุณและเคารพอย่างยิ่ง แก่นสาระของพิธีกรรมที่กล่าวมานี้ ควรถือเป็นภูมิปัญญาที่ชนรุ่นใหม่ควรพินิจพิจารณาเรียนรู้ด้วยจิตใจอันละเอียดอ่อน จึงอาจจะทำความเข้าใจ ของสายสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน คนกับธรรมชาติ/ สิ่งแวดล้อม ตลอดจนสายสัมพันธ์ระหว่างคนกับสิ่งที่เหนือธรรมชาติ ในมุมมองของนักบันทึกภูมิปัญญาท้องถิ่น เห็นควรบันทึกไว้ว่า พิธีกรรมทำขวัญนาเกลือ (ของชาวนาเกลือไทย) เป็นขั้นตอนสำคัญที่รวมเป็นหนึ่งเดียวอยู่ในกระบวนการผลิตเกลือด้วย เปรียบเสมือน “การไหว้ครู” ของนักมวยไทย ย่อมเป็นขั้นตอนที่ทรงคุณค่าและสำคัญยิ่ง อันรวมเป็นหนึ่งเดียวอยู่ในกระบวนการขึ้นต่อสู้บนเวที เฉกเช่นเดียวกันทุกประการ

การทำขวัญนาเกลือ ชาวนาเกลือจะเริ่มกระทำเมื่อ ๑. ก่อนจะได้ผลผลิต (ก่อนรื้อนาครั้งแรก) การรื้อนา คือ การชักลากเม็ดเกลือมากองสุ่มเป็นลูกๆคล้ายภูเขาก่อนหามเข้ายุ้งเก็บเกลือ และ ๒. เมื่อเสร็จสิ้นฤดูการทำนาเกลือ สิ่งที่ใช้ในพิธีกรรมการทำขวัญนาเกลือ ได้แก่ อาหารคาวหวาน หัวหมู ข้าว ผลไม้ ขนมต้มแดงขนมต้มขาว ไข่ต้ม ดอกไม้ ธูปเทียน จัดเตรียมของทั้งหมดใส่ภาชนะ นำไปตั้งที่โล่งแจ้ง บริเวณนาเกลือหรือหน้ายุ้งเกลือ จุดธูปเทียนบูชาเทพเทวดา ฟ้าดิน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าที่เจ้าทาง ฯลฯ แล้วอธิษฐานภาวนาขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และธรรมชาติ ทั้งปวง ช่วยการทำนาเกลือให้สำเร็จลุล่วง ได้ผลผลิตดี ไม่มีปัญหาอุปสรรคใด ฯลฯ

ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ

กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ

กลุ่มชาวนาเกลือ

ที่อยู่ - 1 - ตำบลคลองตำหรุ อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี -

-

ประธานกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ

นายเชี้ยน อายุเจริญ

ที่อยู่ - 1 - ตำบลคลองตำหรุ อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี -

-

แหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์

-