ผ้ายวน (บ้านโนนกุ่ม)

หมวด : ผ้า เครื่องแต่งกาย

ผลิตภัณฑ์

ประวัติความเป็นมา

ผ้ายวนเป็นผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทย ที่ผูกพันกับการดำรงชีวิตของชาวไทย – ยวน อำเภอสีคิ้ว มาเกือบ ๒๐๐ ปี แต่ก่อนนั้น ผ้ายวนจะเป็นผ้าที่ใช้นุ่งเฉพาะในงานวันสำคัญต่าง ๆ ของหมู่บ้าน/ชุมชน เท่านั้น ผลิตภัณฑ์ผ้ายวน เป็นผลิตภัณฑ์ที่สืบทอดภูมิปัญญาของบรรพบุรุษมาตั้งแต่สมัยโบราณ
หมู่บ้านโนนกุ่มเป็นหมู่บ้านที่แยกออกจากบ้านสีคิ้ว ชาวบ้านส่วนมากเป็นชาวไท - ยวน ซึ่งหมายถึงชาวไทยภาคเหนือ “ โยนกนคร “ ซึ่งจากการสอบถามได้ความว่า ในสมัยของรัชกาลที่ ๓ ขณะนั้นเมืองเชียงแสนตกอยู่ในอิทธิพลของพม่า ซึ่งพม่าอาศัยเมืองเชียงแสนเป็นแหล่งสะสมเสบียงและกำลังพลสำหรับยกกองทัพเข้าตีเมืองฝ่ายเหนือของไทย ได้ทรงรับสั่งกับพระเจ้าหลานเธอกรมหลวงเทพ
หริรักษ์ ร่วมกับพระยายมราชจัดกองทัพจากเมืองหลวง ขึ้นไปสมทบกับเมืองนครลำปาง กองทัพนครเชียงใหม่ กองทัพนครน่าน และกองทัพนครเวียงจันทร์ เพื่อเข้าโจมตีเมืองเชียงแสน ซึ่งได้ล้อมเมืองเชียงแสนและตีได้สำเร็จ พม่าที่อยู่ในเมืองเชียงแสนแตกหนีไป กองทัพไทยได้ล้อม กำแพงเมือง เผาเมืองจนหมดและกวาดต้อนชาวเมืองเชียงแสนไป ชาวเมืองดังกล่าว ถูกแบ่งออกเป็น ๕ ส่วนเท่าๆ กัน โดยกองทัพเมืองหลวงได้พาชาวเมืองเชียงแสนเดินทางมากรุงเทพฯ ขณะเดินทางชาวเชียงแสนส่วนหนึ่งประสงค์ที่จะตั้งรกรากอยู่ที่ สระบุรี ปัจจุบันอยู่ที่อำเภอเสาไห้ อำเภอหนองโดน ต่อมาเจ้าเมืองมีความประสงค์จะก่อตั้งเลี้ยงโคขึ้นในท้องที่ที่เป็นศูนย์กลางของเมืองนครจันทึก จึงได้แบ่งชาวไท – ยวน
ที่อำเภอเสาไห้ มาเป็นผู้ดำเนินการ ชาวไทย-ยวน เหล่านี้ได้พบกับความอุดมสมบูรณ์ มีนำไหลผ่านก็มีความพอใจ เมื่อหมดหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ไม่ขอกลับบ้านเมืองเดิม พากันตั้งถิ่นฐานเป็นเมืองสืบมา
ชาวไท – ยวน อำเภอสีคิ้ว จึงเป็นเชื้อสายที่สืบเนื่องจากชาวเชียงแสนในสมัยนั้น และได้
สืบทอด รักษาขนบธรรมเนียม ประเพณี และศิลปะ วัฒนธรรมของตนเอาไว้ เช่น ภาษาพูด ศิลปหัตถกรรมการทอผ้า
ชาวบ้านโนนกุ่ม ก็เป็นหนึ่งหมู่บ้านที่ได้รับการสืบทอดภูมิปัญญาด้านการทอผ้ามาจากบรรพบุรุษชาวโยนกนครที่มีความรู้ด้านการทอผ้าของชาวชาวไท - ยวน ที่เรียกว่า “ ผ้าซิ่น “ คำว่าผ้าซิ่น เป็นภาษาทางภาคเหนือ หมายถึง ผ้านุ่ง การทอผ้าของบ้านโนนกุ่มแรกเริ่มนั้นเป็นการทอผ้าที่ทอใช้กันเอง ในหมู่ครอบครัว เรียกชื่อผ้าตามคนทอผ้าว่า “ ผ้ายวน “ ซึ่งก็หมายถึง ผ้าของชาวโยนกนคร (ไท –ยวน )

อัตลักษณ์(เอกลักษณ์)/จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

จัดส่วนประกอบให้น่าสนใจ เช่น การเน้นด้วยเส้นด้าย รูปทรง รูปร่าง แสง เงา สี ลักษณะพื้นผิวมาประกอบกันให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เมื่อมองดูแล้วทำให้เกิดกลุ่มก้อน ไม่แตกแยกกระจัดกระจาย ซึ่งเป็นการผสมผสาน ๓ ส่วน ได้แก่ ธรรมชาติ ประสบการณ์ และนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโยลีมาใช้ในการออกแบบลวดลายผ้าทอ ผ้าทอของกลุ่มทุกชิ้นสีไม่ตก ทอเนื้อผ้าแน่น ฝีมือปราณีต บางชิ้นทอจากสีธรรมชาติ ผ้ายวนจะมีสีสันที่สดใส สวยงาม เช่น สีแดง สีเหลือง สีเขียว สีฟ้า น้ำเงิน
สีน้ำตาล ลวดลายของผ้ามีความละเอียด สวยงาม

มาตรฐานและรางวัลที่ได้รับ

๑.๓.๑ ผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยม ปี ๒๕๔๗
๑.๓.๒ ม ผ ช ๙๙๙๙/๒๕๔๗
๑.๓.๓ OTOP คัดสรร ๔ ดาว

ความสัมพันธ์กับชุมชน

ฝีมือ แรงงาน คือคนในชุมชนอย่างแท้จริง มีการถ่ายทอดภูมิปัญญา การเรียนรู้ จากรุ่นบรรพบุรุษ สู่รุ่นปัจจุบัน จึงทำให้คนในชุมชนมีความผูกพันกันเหมือนญาติ พี่น้อง มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ของชุมชนคนเอง เพื่อให้เป็นที่ยอมรับและรู้จักแพร่หลายมากขึ้น

กระบวนการผลิต

วัตถุดิบและส่วนประกอบ

๑. หลอดกรอด้าย ใหญ่-เล็ก
๒. ระวิงและในกรอเส้นด้าย
๓. ฟันหวี
๔. ไม้คนัดลบเหลี่ยมและแบน
๕. เข็มร้อยฟันหวี
๖. หวีหรือแปรง
๗. ไม้ก้ามปู
๘. ไม้เรียว
๙. กระสวยเดี่ยว-คู่
๑๐. หูกระสวย หูกระต่าย
๑๑. เครื่องเดินเส้นด้าย
- ราวตั้งหลอด
- ม้าเดินด้าย
๑๒. เครื่องหวีด้าย เครื่องรีดด้าย
- ม้าหวีด้าย
- ม้าอัดเส้นด้าย
๑๓. เครื่องทอแบบกี่กระตุก
๑๓.๑ โครงกี่
๑๓.๒ รางกระสวย
๑๓.๓ ข้อศอกยึดรางกระสวย
๑๓.๔ ใบพัดม้วนผ้า
๑๓.๕ ลูกกลิ้งโยงตะกรอ
๑๓.๖ ไม้ร้อยม้านั่ง

ขั้นตอนการผลิต

๑. การกรอด้ายยืน คือ การสาวด้ายจากไจให้มาม้วนเข้ากับหลอดใหญ่ ซึ่งมีขนาดยาว
ประมาณ ๒๐ ซ.ม. กว้างประมาณ ๑.๔ ซ.ม. เครื่องมือ ที่ใช้สำหรับกรอด้าย ประกอบด้วย
ไนสำหรับกรอ และ ระวิง
๒. การพันด้ายเป็นด้ายเกียว หรือ ด้ายควบ หรือ ด้ายน้ำไหล คือ การนำเส้นด้ายสองเส้น สีตามต้องการ มาเข้าเครื่องปั่นไม เพื่อทำให้ด้ายพันกันเป็นเกลียว
๓. การเดินด้าย คือ การจัดเส้นด้ายสีพื้น เส้นด้ายเกียวให้เป็นเส้นด้ายเรียงกันเพื่อสำหรับไปร้อยเข้ากับฟันหวีที่เป็นความกว้างของเนื้อผ้าเป็นเส้นด้ายยืน เครื่องมือที่ใช้สำหรับเดินด้าย คือ กระบอกจูงด้าย ราวตั้งหลอด และแคร่สำหรับเดินด้าย
๔.. การร้อยฟันหวี คือ การสอดเส้นด้ายสีพื้นเป็นริมผ้าและเส้นด้ายเกียว ที่ผ่านการเดินด้ายแล้ว โดยนำมาผสมในช่องฟันหวี ใช้เส้นด้ายสีพื้นก่อน แล้วนำด้ายเกียวแต่ละสีมาใส่ในช่อง ซึ่งสีจะไม่ซื้อกัน ตามด้วยเส้นด้ายสีพื้นที่มีสีเดียวกันหรือสีใกล้เคียงกันกับสีของริมผ้า ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ตามความต้องการ เครื่องมือที่ใช้ ประกอบด้วย ฟันหวีเป็นโลหะที่เล็กมีขอบไม้ และไม้ร้อยฟันหวี
๕.. การรีดด้าย คือ การทำให้เส้นด้ายที่ผ่านการร้อยฟันหวีมาทำให้เรียบ เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย ม้าสำหรับใส่เพลาม้วนด้าย และม้าทับเส้นด้ายเพื่อดึงเส้นด้ายให้ตึง
๖. การนำเพลาม้วนด้ายมาติดกี่ วิธีการ คือ ให้เพลาข้างหนึ่งมาพาดแล้วมัดติดกี่
๗. การคัดเส้นด้าย คือ การใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้สลับกันคัดด้าย เส้นด้ายจะต้องสลับกัน
บน ล่าง
๘.. การเดินตะกรอ อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบด้วย ไม้ ก้ามปู กับเส้นด้ายใหญ่
๙. การผูกโยงตะกรอ เป็นการผู้โยงตะกรอกับกี่ และผูกโยงตะกรอกับเท้าเหยียบ
๑๐. การทอ มีขั้นตอนการทอ ดังนี้
๑๐.๑ นำด้ายสีพื้นมาปั่นใส่หลอดเล็ก
๑๐.๒ นำด้ายหลอดเล็กมาใส่กระสวย
๑๐.๓ หมุนเพลาด้ายให้ตึงแล้วใช้ไม้ค้ำ
๑๐.๔ กระตุกหูกระต่าย เพื่อให้กระสวยที่ใส่หลอดด้ายพุ่งมาอีกด้านหนึ่ง พร้อมกับกระทบฟันหวีเข้ามา แล้วสลับเท้าเหยียบ สลับมือกระตุก
๑. การกรอด้ายยืน คือ การสาวด้ายจากไจให้มาม้วนเข้ากับหลอดใหญ่ ซึ่งมีขนาดยาวประมาณ ๒๐ ซ.ม. กว้างประมาณ ๑.๔ ซ.ม. เครื่องมือ ที่ใช้สำหรับกรอด้าย ประกอบด้วย ไนสำหรับกรอ และ ระวิง
๒. การพันด้ายเป็นด้ายเกียว หรือ ด้ายควบ หรือ ด้ายน้ำไหล คือ การนำเส้นด้ายสองเส้น สีตามต้องการ มาเข้าเครื่องปั่นไม เพื่อทำให้ด้ายพันกันเป็นเกลียว
๓. การเดินด้าย คือ การจัดเส้นด้ายสีพื้น เส้นด้ายเกียวให้เป็นเส้นด้ายเรียงกันเพื่อสำหรับไปร้อยเข้ากับฟันหวีที่เป็นความกว้างของเนื้อผ้าเป็นเส้นด้ายยืน เครื่องมือที่ใช้สำหรับเดินด้าย คือ กระบอกจูงด้าย ราวตั้งหลอด และแคร่สำหรับเดินด้าย
๔. การร้อยฟันหวี คือ การสอดเส้นด้ายสีพื้นเป็นริมผ้าและเส้นด้ายเกียว ที่ผ่านการเดินด้ายแล้ว โดยนำมาผสมในช่องฟันหวี ใช้เส้นด้ายสีพื้นก่อน แล้วนำด้ายเกียวแต่ละสีมาใส่ในช่อง ซึ่งสีจะไม่ซื้อกัน ตามด้วยเส้นด้ายสีพื้นที่มีสีเดียวกันหรือสีใกล้เคียงกันกับสีของริมผ้า ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ตามความต้องการ เครื่องมือที่ใช้ ประกอบด้วย ฟันหวีเป็นโลหะที่เล็กมีขอบไม้ และไม้ร้อยฟันหวี
๕. การรีดด้าย คือ การทำให้เส้นด้ายที่ผ่านการร้อยฟันหวีมาทำให้เรียบ เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย ม้าสำหรับใส่เพลาม้วนด้าย และม้าทับเส้นด้ายเพื่อดึงเส้นด้ายให้ตึง
๖. การนำเพลาม้วนด้ายมาติดกี่ วิธีการ คือ ให้เพลาข้างหนึ่งมาพาดแล้วมัดติดกี่
๗. การคัดเส้นด้าย คือ การใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้สลับกันคัดด้าย เส้นด้ายจะต้องสลับกัน บน ล่าง
๘. การเดินตะกรอ อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบด้วย ไม้ ก้ามปู กับเส้นด้ายใหญ่
๙. การผูกโยงตะกรอ เป็นการผู้โยงตะกรอกับกี่ และผูกโยงตะกรอกับเท้าเหยียบ
๑๐. การทอ มีขั้นตอนการทอ ดังนี้
๑๐.๑ นำด้ายสีพื้นมาปั่นใส่หลอดเล็ก
๑๐.๒ นำด้ายหลอดเล็กมาใส่กระสวย
๑๐.๓ หมุนเพลาด้ายให้ตึงแล้วใช้ไม้ค้ำ
๑๐.๔ กระตุกหูกระต่าย เพื่อให้กระสวยที่ใส่หลอดด้ายพุ่งมาอีกด้านหนึ่ง พร้อมกับกระทบฟันหวีเข้ามา แล้วสลับเท้าเหยียบ สลับมือกระตุก

เทคนิค/เคล็ดลับในการผลิต

๑. ฝ้ายที่นำมาทอเป็นฝ้ายที่มีคุณภาพ ประกอบกับสีที่นำมาย้อมฝ้าย เป็นสีจากธรรมชาติ
๒. การทอผ้าที่จะให้ผ้ามีเนื้อแน่น เมื่อทำเป็นผ้านำผ้าไปตัดแล้วผ้าจะไม่ย้วย คือการตีกระทบผ้าเวลาที่ทอ จะต้องตีกระทบ ๒ ครั้ง ถ้าตีกระทบครั้งเดียว จะได้เนื้อผ้าที่อ่อนและบาง เมื่อนำผ้าไปตัดแล้วผ้าจะย้วย
๓. ความอดทน การทอผ้าจะต้องใช้ความอดทนสูง เพราะเป็นงานที่ต้องใช้เวลาในการผลิต
แต่ละขั้นตอน
๔. ความละเอียด คนที่ทอผ้าจะต้องเป็นคนละเอียดอ่อน มีความประณีต มีสายตาที่ดี
เพราะจะต้องดูเนื้อผ้า สีของผ้าให้เป็นสีเดียว เนื้อเดียวกัน
๕. ความมีสมาธิ คนทอผ้าจะต้องมีจิตใจที่ไม่วอกแวก หลุกหลิก

ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ

กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ

กลุ่มทอผ้าบ้านโนนกุ่ม

ที่อยู่ ๓๘ ๒ - - ตำบลมิตรภาพ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา -

๐ – ๔๔๔๑-๒๒๔๐ และ ๐๘-๑๒๖๕-๕๐๔๗

-

ประธานกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ

นางปราณีต วรวงสานนท์

ที่อยู่ ๓๘ ๒ - - ตำบลมิตรภาพ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา -

๐ – ๔๔๔๑-๒๒๔๐ และ ๐๘-๑๒๖๕-๕๐๔๗

-

แหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์

๓.๒.๑ กลุ่มทอผ้าบ้านโนนกุ่ม
บ้านเลขที่ ๓๘ หมู่ ๒ บ้านโนนกุ่ม มิตรภาพ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา
โทร.๐ – ๔๔๔๑-๒๒๔๐ และ โทร ๐๘-๑๒๖๕-๕๐๔๗
๓.๒.๒ ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP อำเภอสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา
๓.๒.๓ จากหน่วยงานส่วนราชการ/เอกชนจัดแสดงและจำหน่าย เช่น งานประจำปีท้าวสุรนารี
งานของดีเมืองโคราช งานของดี ๔ ภาค OTOPระดับประเทศทีเมืองทองธานี