ผ้าไหมมัดหมี่ลายขอทบเชือก

หมวด : ผ้า เครื่องแต่งกาย

ผลิตภัณฑ์

ประวัติความเป็นมา

ชุมชนแห่งนี้ จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักหลักเช่นการทำนา ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ มาตั้งแต่ก่อตั้งหมู่บ้าน บรรพบุรุษ ปู่ ย่า ตา ยาย พอว่างเว้นจากการทำนา ก็จะปลูกหม่อน เลี้ยงไหม เพื่อเอาเส้นไหมที่ได้มาทอเป็นผืนผ้าสำหรับตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าให้สมาชิกในครัวเรือนได้สวมใส่ โดยเฉพาะการสวมใส่ในโอกาสไปทำบุญที่วัด งานบุญ งานประเพณีต่าง ๆ ทุกวันที่ไปทำงานนอกบ้านจะมีการห่อข้าวไปรับประทานเป็นอาหารมื้อเที่ยง พอถึงที่พัก (เถียงนา) ก็จะทำเป็นตะขอและมีเชือกห้อยเพื่อแขวนข้าวห่อเป็นประจำทุกวัน ซึ่งผูกพันกับชีวิตประจำวัน จึงเกิดแรงบันดาลใจ นำลักษณะของตะขอ มาทำเป็นลายผ้าไหม ลายขอทบเชือก ดังกล่าวขึ้น

อัตลักษณ์(เอกลักษณ์)/จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

๒.นำลายผ้าสมัยโบราณมาประยุกต์ คือ การมัดลายให้ถี่ขึ้น เพิ่มสีสันมากขึ้น
๓.เอกลักษณ์หรือจุดเด่นของผลิตภัณฑ์กลุ่มแม่บ้านทอผ้าไหมบ้านแฝก-โนนสำราญ อยู่ที่ฝีมือการทอ คือเนื้อแน่น เนียน เรียบ ละเอียด สม่ำเสมอ มัดลายเข้าข้อ สีไม่ตก ผืนใหญ่ หนา นุ่ม
๔.การทอผ้าไหมด้วยมือ (Hand Made) อันเกิดจากการสั่งสมภูมิปัญญาทางด้านหัตถกรรม ที่ถ่ายทอดสืบทอดต่อกันมารุ่นต่อรุ่นโดยอาศัยการเรียนรู้ภายในครอบครัว การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกัน อันแสดงถึงความเป็นปึกแผ่นของสังคมชนบทอย่างแท้จริง ส่งผลให้มีการสร้างสรรผลงาน ด้วยจิตวิญญาณ ด้วยความรักความผูกพัน จนประสบความสำเร็จเป็นที่ยอมรับในทั้งภาครัฐและเอกชน และระดับประเทศ
๕.เป็นลายที่สลับกับลายหางกระรอก
๖.เนื้อผ้ามันวาว เงางาม หนานุ่ม
๗.สีกลมกลืน เนื้อผ้ามีความละเอียด มีน้ำหนัก สีไม่ตก
๘.ใช้เส้นไหมพันธุ์พื้นเมือง

มาตรฐานและรางวัลที่ได้รับ

๑..มาตรฐาน มผช. ประเภทผ้าไหมมัดหมี่ ปี ๒๕๔๗
๒.มาตรฐานนกยูงสีน้ำเงิน ปี ๒๕๕๑
๓.รางวัลที่ ๓ ระดับภาคการจัดประกวดของธนาคารนครหลวงไทย
๔. คัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย ปี ๒๕๕๑ ได้ระดับ ๕ ดาว

ความสัมพันธ์กับชุมชน

ชุมชนแห่งนี้ จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักหลักเช่นการทำนา ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ มาตั้งแต่ก่อตั้งหมู่บ้าน บรรพบุรุษ ปู่ ย่า ตา ยาย พอว่างเว้นจากการทำนา ก็จะปลูกหม่อน เลี้ยงไหม เพื่อเอาเส้นไหมที่ได้มาทอเป็นผืนผ้าสำหรับตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าให้สมาชิกในครัวเรือนได้สวมใส่ โดยเฉพาะการสวมใส่ในโอกาสไปทำบุญที่วัด งานบุญ งานประเพณีต่าง ๆ เมื่อทำการทอผ้าไหมมานานก็มีประสบการณ์ เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน จนถึงประมาณปี พ.ศ. ๒๕๓๒-๒๕๓๓ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบัวใหญ่ เล็งเห็นว่าบ้านแฝก (ยังไม่ได้แยกหมู่บ้านโนนสำราญ) มีภูมิปัญญาในเรื่องของการทำผ้าไหม จึงได้ประสานให้หมู่บ้านส่งผ้าไหมเข้าประกวดที่พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ และได้ส่งประกวดผ้าเรื่อย ๆ จนถึงปี พ.ศ.๒๕๓๗ บ้านแฝกก็ได้ส่งผ้าไหมมัดหมี่ ลายขอดาวล้อมเดือน ซึ่งมีนางเหวียน วรรณปะกา เป็นเจ้าของผ้าไหม จนได้รับรางวัลที่ 1 ประเภทผ้าไหมมัดหมี่ จึงทำให้ผ้าไหมบ้านแฝกมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย จึงเป็นแรงกระตุ้นให้มีการจัดตั้งกลุ่มขึ้นมาเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๗ โดยมีสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบัวใหญ่เป็นผู้สนับสนุน สมาชิกก็ลงหุ้นกันคนละ ๑๐๐ บาท และได้รับสนับสนุนจากหน่วยงาน/องค์กรภาคเอกชน

กระบวนการผลิต

วัตถุดิบและส่วนประกอบ

๑.เส้นไหม
๒.สีย้อม สีกันตก
๓.ด่างฟอกแยกกาว
๔.สบู่เทียมผง
๕.กรดน้ำส้ม
๖.โซเดี่ยมไฮโดรซัลไฟด์ (ผงเหม็นกัดสี)
๗.น้ำสะอาด
๘.แป้งสำหรับลงเส้นยืน
๙.หม้อต้ม ฟืน

ขั้นตอนการผลิต

๑.คัดเลือกเส้นไหมให้มีขนาดสม่ำเสมอ เส้นไหมต้องสะอาด
๒.นำเส้นไหมมาฟอกแยกกาวเส้นไหม (ด่อง) แกว่งหรือเกลียวเส้นไหมเพื่อไม่ให้เส้นไหมแตก
๓.นำเส้นไหมที่ฟอกแล้วมาย้อมสีเหลือง ประมาณ 30 นาที ล้างสีออกด้วยน้ำสะอาด แล้วกระตุกเส้นไหม เพื่อให้เส้นเหยียดตรง ผึ่งให้แห้ง
๔.กวักเส้นไหมใส่อัก
๕.ค้นปอยหมี่
๖.นำเส้นไหมมามัดเป็นลายตามที่ต้องการ
๗.ย้อมสีปอยหมี่ (ถ้าต้องการหลายสีก็ย้อมหลายครั้ง)
๘.นำเส้นไหมมาย้อมสีเพื่อโอบทับลาย แล้วแกะเชือกที่มัดลายออก ตากเส้นไหมให้แห้ง
๙.นำไหมที่เป็นเส้นพุ่งกรอใส่หลอด
๑๐.นำไหมที่จะใช้เป็นเส้นยืนย้อมสี และลงแป้ง
๑๑.กรอเส้นยืนใส่หลอด /เดินเส้นยืน
๑๒.นำเส้นไหมเส้นยืนต่อใส่ฟืม
๑๓.ทอตามลวดลาย

เทคนิค/เคล็ดลับในการผลิต

๑.การมัดหมี่ มัดลายต้องสม่ำเสมอ เชือกฟางที่ใช้มัดหมี่ต้องมีขนาดของเส้นสม่ำเสมอกัน
๒.เลือกเส้นไหมมีมีขนาดเส้นเท่าๆกัน
๓.ย้อมสีให้เข้าข้อ ย้อมให้สีมีความสม่ำเสมอ
๔. มีการปั่นควบเส้นไหม
๕.ผู้ที่ทอต้องมีความอดทน ใจเย็น ต้องมีความแม่นยำ ประณีต มีความชำนาญเฉพาะตัว เนื่องจากเป็นลายที่ละเอียด
๖.ขั้นตอนการย้อมต้องควบคุมอุณหภูมิให้สม่ำเสมอ
-เลือกสีย้อมให้เหมาะสมกับลวดลาย
-ย้อมครั้งที่ 1 ในน้ำอุ่นพอประมาณ เพื่อป้องกันสีด่าง
- ย้อมครั้งที่ 2 ในน้ำเดือด เพื่อให้สีติดทนนาน
-ขยายลำหมี่ให้มากขึ้น เพื่อจะให้สีติดและเข้าข้อได้ดี สีสม่ำเสมอ
-การมัดหมี่ควรเลือกไหมเส้นใหญ่
๗.อุปกรณ์ที่ใช้ต้องมีมาตรฐาน เช่น โฮงมัดหมี่ โฮงค้นหมี่ ต้องได้ฉาก กี่ต้องมีอุปกรณ์ครบถ้วน ฟันหวีต้องเหมาะสมกับขนาดเส้นไหมด้านยืน
๘. ผู้ย้อมสีต้องแต่งกายให้มิดชิด
-มีการสวมถุงมือ
-ปิดปาก ปิดจมูก/ผ้ากันเปื้อน
-ใส่รองเท้าบูท

ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ

กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ

กลุ่มทอผ้าไหมบ้านแฝก-โนนสำราญ

ที่อยู่ ๒๓๗ ๔ - - ตำบลสามเมือง อำเภอสีดา จังหวัดนครราชสีมา ๓๐๔๓๐

๐๘๙-๘๔๗๖๑๑๗

-

ประธานกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ

นางละมุล แก้วนอก

ที่อยู่ ๒๓๗ ๔ - - ตำบลสามเมือง อำเภอสีดา จังหวัดนครราชสีมา ๓๐๔๓๐

๐๘๙-๘๔๗๖๑๑๗

-

แหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์

จำหน่าย ณ ที่ทำการกลุ่มทอผ้าไหมบ้านแฝก-โนนสำราญ บ้านเลขที่ ๒๓๗ หมู่ที่ ๔ ตำบลสามเมือง อำเภอสีดา จังหวัดนครราชสีมา รหัสไปรษณีย์ ๓๐๔๓๐
ติดต่อประธานกลุ่ม นางละมุล แก้วนอก โทร.๐๘๙-๘๔๗๖๑๑๗