ข้าวแช่

หมวด : อาหาร

ผลิตภัณฑ์

ประวัติความเป็นมา

ข้าวแช่ เป็นอาหารคาวที่นิยมรับประทานกันในคนไทย หมู่มากตั้งแต่สมัยโบราณในช่วงฤดูร้อน โดยการนำข้าวสุกไปแช่กับน้ำเย็นที่ลอยด้วยดอกไม้กลิ่นหอม ซึ่งทานกับเครื่องเคียงหลากหลายชนิด คือลูกกะปิทอด ผักผัดหวาน เนื้อเค็มฝอยผัดหวาน ผักกาดเค็มผัดหวาน ปลาแห้งผัดหวาน ไข่เค็ม กระเทียมดองผัดหวาน เป็นต้น
ในสมัยโบราณ ข้าวแช่เป็นส่วนประกอบในเทศกาลสงกรานต์ของมอญ โดยประเพณีโบราณกล่าวไว้ว่า ในวันสงกรานต์จะต้องทำข้าวแช่ถวายพระสงฆ์ เพราะถือเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่ถวาย ต่อมาข้าวแช่ได้เข้ามาในประเทศไทยโดยเริ่มจากภายในพระราชวัง โดยข้าราชบริพาลได้นำข้าวแช่มาถวายแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่5) และเป็นที่โปรดปรานของพระองค์จึงนิยมรับประทานกันเฉพาะในบริเวณวังเท่านั้น ต่อมาหลังการเสด็จสวรรคต ข้าวแช่จึงได้ถูกเผยแพร่สู่ประชาชนทั่วไป โดยเรียกว่า "ข้าวแช่ชาววัง" เพราะได้รับการเผยแพร่มาจากในวัง
มีเรื่องราวเกี่ยวกับตำนานข้าวแช่ที่นำมาจากหนังสือเมืองโบราณ เรื่องมีอยู่ว่ามีเศรษฐีคนหนึ่งมั่งคั่งบริบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติ แก้วแหวนเงินทอง ขาดอยู่แต่ทายาทที่จะรับสืบทอดมรดก จึงไปทำพิธีบวงสรวงพระอาทิตย์พระจันทร์อยู่นาน จนเวลาล่วงไป 3 ปี ยังไม่มีลูก เห็นทีจะไม่ได้ผล จึงเปลี่ยนไปบวงสรวงพระไทร ซึ่งสิง
สถิตต้นไม้ใหญ่ริมน้ำ ในการจัดเครื่องบวงสรวงครั้งนี้ เศรษฐีสั่งให้บริวารเอาข้าวสารเมล็ดงามล้างน้ำถึง 7 ครั้งจนบริสุทธิ์หมดมลทิน แล้วจึงหุงข้าวนั้นเพื่อบูชาพระไทร ประกอบด้วยอาหารโอชารสอีกมากมาย ล้วนจัดทำประณีตทั้งสิ้น จากนั้นเศรษฐีจึงอธิษฐานขอบุตรจากพระไทร ฝ่ายพระไทรเห็นความพยายามของเศรษฐี ก็เมตตา จึงไปเฝ้าพระอินทร์ทูลขอบุตรให้เศรษฐีได้ผล พระอินทร์จึงโปรดให้เทวบุตรนามว่าธรรมปาล จุติลงมาเกิดในครรภ์ภรรยาเศรษฐี ฝ่ายเศรษฐียินดีปรีดามากตั้งชื่อลูกชายว่า ธรรมบาลกุมาร พร้อมสร้างปราสาทเจ็ดชั้นให้ลูกชายเป็นที่มาของนิทานมหาสงกรานต์ที่ได้ยินกัน ขอตัดต่อมาที่เรื่องข้าวแช่ ว่าชาวมอญหุงข้าวแช่ในงานสงกรานต์ คงไม่ใช่เพื่อขอลูก แต่เพื่อถวายพระ และข้าวที่หุงนี้ไม่เหมือนกับที่กินหรือขายกันทั่วไป แต่กรรมวิธีพิเศษพิสดารกว่า เช่น ต้องใช้ข้าวสารดีเยี่ยม 7 กำ ซ้อมข้าวนั้นให้ได้ 7 ครั้ง แล้วซาวน้ำบริสุทธิ์ 7 หน จึงนำมาหุง ตามประเพณีต้องหุงกลางแจ้ง ถ้าจะให้เต็มพิธีต้องปักราชวัตรฉัตรธงด้วย นอกจากถวายข้าวแช่พระแล้ว ข้าวแช่นี้ยังจะต้องจัดสังเวยเทวดาด้วย โดยปลูกศาลเพียงตาบริเวณบ้าน และสังเวยข้าวแช่เป็นเวลา3วันข้าวแช่ที่เหลืออยู่อาจนำไปให้ผู้เฒ่า ผู้แก่ที่เคารพนับถือเพื่อเป็นสิริมงคล

ข้าวแช่ที่เราคุ้นเคยกันอยู่ทุกวันนี้ เรียกเต็มๆแบบเพราะพริ้งว่า

อัตลักษณ์(เอกลักษณ์)/จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

มาตรฐานและรางวัลที่ได้รับ

-

ความสัมพันธ์กับชุมชน

-

กระบวนการผลิต

วัตถุดิบและส่วนประกอบ

ข้าว
ไข่เป็ด 200 ลูก
น้ำสะอาด ที่ผ่านการแกว่งสารส้มแล้ว นำมาต้มกับเกลือ 2 ถ้วย

ขั้นตอนการผลิต

วิธีการหุงข้าว
๑. ตั้งน้ำให้เดือด
๒. ใส่ข้าวลงในหม้อ
๓. พอข้าวสุกจนใส(ไม่เห็นแกนข้าว)นำน้ำเย็นใส่หม้ออีกใบหนึ่ง แล้วนำข้าวที่สุกแล้วแช่ในน้ำเย็นทิ้งไว้สักครู่
๔. นำผ้าขาวบางรองกระบุง ใช้ตะแกรงตักข้าวใส่กระบุงซึ่งรองโดยผ้าขาวบางแล้ว เป็นอันเสร็จการหุ้งข้าว
เครื่องข้าวแช่ ประกอบด้วย
๑. ปลาผัด นำปลาช่อนมาตากแดด ประมาณ ๗-๑๔ วัน ให้แห้งสนิท (ถ้าไม่แห้งปลาจะกลิ่นเหม็น) แล้วนำมาฉีกเอาก้างออก นำไปปั่นให้ป่น แล้วผัดกับกะทิให้แห้ง ใส่น้ำตาล เวลาจะรับประทานโรยน้ำตาลเอาหอมเจียวคลุกเคล้า
๒. ผักกาดเค็มผัด เลือกผักกาดเค็มที่ไม่เค็มมากนัก ล้างน้ำจนสะอาดดี หั่นเป็นเส้นแล้วนำลงผัดในกระทะกับกระทิ เติมน้ำตาลปีบ หอมแดง ใส่ไข่เป็ด ผัดจนแห้งจึงตักขึ้น
๓. กระเทียมดองผัด นำกระเทียมดองมาหันให้เป็นชิ้นเล็ก เลือกเอาแต่เนื้อกระเทียมนำมาผัดกับกะทิใช้ไฟปานกลาง ใส่น้ำตาลตามด้วยไข่เป็ดผัดให้เข้ากันจนแห้ง
๔. หมูหวานผัด นำเนื้อหมูไปตากแดดจนแห้ง ประมาณ ๕-๗ วัน แล้วนำมาฉีกเป็นฝอย ตั้งกระทะใส่กะทิเคี่ยวกะทิให้แตกมัน แล้วนำหมู น้ำตาลปี๊บลงไป เคี่ยวให้เข้ากัน ผัดให้เนื้อหมูแห้งจนสีเนื้อหมูเข้ม แล้วนำขึ้นจากกระทะ โรยด้วยหอมหัวแดงที่เราเจียวไว้โรยหน้าให้สวยงาม
๕. ยำมะม่วง ใช้มะม่วงน้ำดอกไม้นำมาปลอกแล้วขูดเป็นเส้น ล้างด้วยน้ำเกลือเพื่อไม่ให้ดำ ใส่หอมแดงซอย มะพร้าวคั่ว(มะพร้าวที่ขูดแล้วคั่วให้หอม) กุ้งแห้ง ปรุงรสด้วยน้ำปลา มะนาว น้ำตาล เพิ่มสีสันด้วยแครอทขูดฝอย
๖. ไข่เค็ม

ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ

กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ

คุณยายวารี แป้นมุข

ที่อยู่ ๒๗/๑ ๔ - ตำบลบ้านปทุม อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี 12160

๐๘-๗๑๐๒-๘๙๔๑

ประธานกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ

คุณยายวารี แป้นมุข

ที่อยู่ ๒๗/๑ ๔ - ตำบลบ้านปทุม อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี 12160

๐๘-๗๑๐๒-๘๙๔๑

แหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์

-