กล้วยไข่ฉาบบึงสามง่าม

หมวด : อาหาร

ผลิตภัณฑ์

ประวัติความเป็นมา

กลุ่มแม่บ้านเกษตรบึงสามง่าม ได้รวมกลุ่มกันขึ้นจากการริเริ่มชักชวนของนางสาวไซ้คิ้ม แซ่เฮ้ง หรือ ป้าคิ้ม ผู้เชี่ยวชาญด้านขนมไทยของหมู่บ้าน ในช่วงแรกเริ่ม ป้าคิ้ม ได้ผลิตขนมไทยเพื่อจำหน่าย/ขายเป็นอาชีพอยู่ก่อนแล้ว เช่น ซ่าหริ่ม ข้าวเหนียวแดง มัน/เผือกฉาบ และยังมีฝีมือในด้านการทำอาหารที่ได้รับการสืบทอดและสานต่อมาจากบรรพบุรุษอีกด้วย เช่น ข้าวมันไก่ ข้าวหมูกรอบ เป็นต้น เกิดแนวคิดใหม่ขึ้นมา กล่าวคือ ต้องการผลิตสินค้าชนิดใหม่สำหรับวางจำหน่าย โดยมีเงื่อนไขให้ใช้ผลิตผล/วัตถุดิบที่มีอยู่ในชุมชน เพราะหาง่าย ลดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง และต้องไม่ซ้ำกับอาหาร/ขนมชนิดอื่นๆ ที่มีอยู่ในชุมชนอยู่แล้ว ประกอบกับช่วงเวลาก่อนหน้า ป้าคิ้ม เคยรับประทานกล้วยฉาบที่ซื้อจากร้านค้าอื่น เมื่อรับประทานแล้ว รู้สึกว่าแผ่นกล้วยมีความแข็งมาก ทิ่มแทงเหงือก และเกิดการบาดเจ็บภายในช่องปาก ดังนั้น แนวคิดใหม่ที่กำลังหาคำตอบอยู่ จึงได้คำตอบว่า สินค้าใหม่ที่ควรต้องผลิตขึ้น ควรเป็นกล้วยฉาบที่มีรสชาติอร่อย รับประทานแล้วไม่ทิ่มแทงเหงือก นั่นเอง ป้าคิ้ม จึงได้มองหากล้วยชนิดต่าง ๆ ที่มีอยู่ในชุมชน เพื่อจะนำมาผลิตเป็นกล้วยฉาบขึ้น กอปรกับบริเวณพื้นที่ตั้งของหมู่บ้านซึ่งเป็นพื้นที่ป่าเชิงเขา ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยพื้นที่ทำการเกษตรกรรม ตามหัวไร่ปลายนา มักมี ต้นกล้วยไข่พระตะบอง ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติเป็นจำนวนมากโดยไม่มีใครสนใจ เพราะกล้วยชนิดนี้มีรสชาติไม่อร่อย เมื่อแก่จนสุกรับประทานได้ กล้วยไข่นี้ยังคงมีรสเปรี้ยวอยู่มาก แตกต่างจากกล้วยไข่ที่รับประทานกันทั่วไป ป้าคิ้ม จึงทดลองนำกล้วยไข่นี้ มาทำเป็น กล้วยไข่ฉาบ หลังจากที่ได้ลองรับประทานแล้ว พบว่า เนื้อกล้วยฉาบ อร่อย เคี้ยวง่าย นุ่มลิ้น กินแล้วไม่เจ็บเหงือก รสชาติเปรี้ยวของกล้วยก็หายไป จึงได้ผลิตกล้วยไข่ฉาบขึ้นจำหน่ายต่อมา เมื่อกล้วยฉาบเป็นที่ถูกใจของลูกค้า ทำให้ ป้าคิ้ม ต้องผลิตในปริมาณเพิ่มขึ้น จึงได้มีการประชาสัมพันธ์ให้แม่บ้านที่ว่างงานจากภารกิจหลัก มารวมกลุ่มกันขึ้นเพื่อเรียนรู้การผลิตกล้วยไข่ฉาบ ตั้งแต่การแจกจ่ายหน่อกล้วยให้ปลูก แล้วนำผลกล้วยกลับมาขายที่กลุ่ม การเรียนรู้วิธีการทำกล้วยฉาบ การวางแผนการตลาดและการจำหน่ายสินค้า โดยมี นางสาวสายพิณ สุระประเสริฐ กรรมการกลุ่มฯฝ่ายการตลาดเป็นผู้ช่วยในการขายสินค้าและประชาสัมพันธ์ จากนั้น ป้าคิ้ม ก็มีอาชีพทำกล้วยฉาบเป็นอาชีพเสริมเพิ่มอีกหนึ่งอาชีพ ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
ปัจจุบัน กล้วยไข่พระตะบองฉาบ เป็นที่รู้จักอย่างดีของคนในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง และยังได้มีการประชาสัมพันธ์สินค้า และวางจำหน่ายตามงานจำหน่ายสินค้าโอท็อป (OTOP) ที่หน่วยงานราชการ/องค์กรต่าง ๆ จัดขึ้น เพื่อขยายตลาดและผลักดันให้ผลิตภัณฑ์นี้สามารถเติบโตให้ได้มากที่สุด ซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มฯ มีรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งได้ถ่ายทอดภูมิปัญญาที่ทรงคุณค่านี้ให้กับคนรุ่นหลังด้วย จากกล้วยไข่ที่ใครต่างก็ไม่ใส่ใจ จนกลายมาเป็นกล้วยไข่ฉาบรสชาติแสนอร่อยด้วยกรรมวิธีการผลิตที่สะอาด ใหม่เสมอ มีคุณประโยชน์ทางโภชนาการต่อร่างกาย และยังมีคุณค่าต่อมนุษยโลกอีกด้วย

อัตลักษณ์(เอกลักษณ์)/จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

2) กล้วยฉาบมีสีเหลืองทอง มองดูสวยงาม น่ารับประทาน
3) รสชาติหวานพอดี ไม่มีรสเปรี้ยว กรอบ อร่อย มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวของกล้วยไข่
4) เมื่อรับประทานแล้ว รสชาติอร่อย นุ่มลิ้น สมกับคำกล่าวที่ว่า แทบละลายในปาก

มาตรฐานและรางวัลที่ได้รับ

1) ได้รับการรับลงทะเบียนเป็นสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทยของอำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี ปี พ.ศ. ๒๕๕๕
2) ยังไม่มีมาตรฐานและรางวัลที่ได้รับแต่อย่างใด

ความสัมพันธ์กับชุมชน

1) ใช้แรงงานในชุมชนในการดำเนินงานทั้งหมด ตั้งแต่การรวมกลุ่มปลูกกล้วยไข่ การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยวผลผลิต การนำกลับมาจำหน่ายให้กลุ่ม การผลิตกล้วยฉาบ การบรรจุภัณฑ์ และการจำหน่ายสินค้า
2) เป็นการเพิ่มงาน เพิ่มอาชีพและเพิ่มรายได้ให้แก่สมาชิกกลุ่มฯ สมาชิกและคนในชุมชนได้พบปะพูดคุยกัน ก่อให้เกิดความรัก ความสามัคคีปรองดองกัน และยังเสริมสร้างภูมิปัญญาท้องถิ่นให้แก่ลูกหลานด้วย

กระบวนการผลิต

วัตถุดิบและส่วนประกอบ

๑. กล้วยไข่ดิบ
๒. เนย
๓. น้ำมันพืช
๔. น้ำสะอาด
๕. แบะแซ
๖. น้ำตาลทรายขาว
๗. เกลือป่น
๘. เตาแก๊ส/กระทะ
๙. มีด/ตะแกรง/ตะหลิว/ถาด
๑๐.กระป๋องน้ำ
๑๑. เตาอบ
๑๒. ถุงพลาสติกบรรจุ

ขั้นตอนการผลิต

๑. นำกล้วยไข่ดิบปอกเปลือก ล้างน้ำเปล่า และนำขึ้นผึ่งในตะกร้าให้สะเด็ดน้ำ
๒. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืช เร่งไฟแรงให้น้ำมันร้อนพร้อมทอดกล้วยได้
๓. หลังจากกล้วยไข่สะเด็ดน้ำแล้ว และน้ำมันในกระทะร้อนได้ที่ นำกล้วยมาฝานด้วยมีดปอกผลไม้ โดยฝานตามขนาดความยาวของผลกล้วย บรรจงฝานกล้วยลงในน้ำมันเดือดเป็นแผ่นบางๆ ให้สม่ำเสมอกัน
๔. ควบคุมการทอดกล้วย คนเพื่อกลับกล้วยเป็นระยะ รอจนกระทั่งกล้วยสุก กล้วยจะเป็นสีเหลืองทอง ใช้เวลาทอดกล้วยประมาณ ๑๐ นาที ตักกล้วยขึ้นผึ่งในถาดที่รองด้วยกระดาษซับน้ำมันไว้
๕. ตั้งกระทะอีกใบหนึ่ง กระทะร้อนแล้ว ใส่เนยเค็ม เติมน้ำเปล่า ใส่แบะแซ (น้ำตาลเหนียว) น้ำตาลทรายขาว และเกลือป่น คนให้เข้ากัน เคี่ยวต่อจนส่วนผสมเหนียวเป็นเนื้อเดียวกัน
๖. นำกล้วยในถาด ลงคลุกเคล้ากับน้ำเชื่อมในกระทะ
๗. จากนั้น นำเข้าเตาอบ เพื่อให้น้ำเชื่อมเข้าถึงเนื้อกล้วย และกล้วยแห้ง กรอบ พร้อมสำหรับแบ่งบรรจุใส่ถุง เพื่อจำหน่ายต่อไป

เทคนิค/เคล็ดลับในการผลิต

1) ใช้กล้วยไข่พระตะบองดิบเท่านั้น
2) ขณะที่ฝานกล้วย ต้องฝานให้แผ่นกล้วยมีความหนาสม่ำเสมอกัน เพื่อให้ชิ้นกล้วยสุก กรอบ และสวยงาม
3) ขณะทอดกล้วย ไม่ควรใช้ตะแกรงกดชิ้นกล้วยในกระทะ จะทำให้ชิ้นกล้วยงอ และแตกหักเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
4) ใช้ไฟแรงสม่ำเสมอขณะทอดกล้วย ถ้าไฟแรงไม่มากพอ ชิ้นกล้วยจะอมน้ำมัน ไม่กรอบ
5) ไม่ควรใช้พัดลมช่วยเป่าชิ้นกล้วยให้คลายความร้อนจากน้ำมัน จะทำให้กล้วยนิ่ม เหนียว และฉาบกล้วยไม่ได้
6) การสวมถุงมือยาง ช่วยให้ขณะฝานกล้วย กล้วยไม่หลุด/ลื่นออกจากมือลงในกระทะได้
7) น้ำมันที่ใช้ทอดกล้วย ควรเป็นน้ำมันปาล์ม
8) เนยที่ใช้เป็นส่วนผสมในน้ำเชื่อมที่จะใช้ฉาบกล้วย ควรเป็นเนยชนิดเค็ม

ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ

กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ

กลุ่มแม่บ้านเกษตรบึงสามง่าม

ที่อยู่ ๑๕๔/๖ 3 - ถนนชลบุรี-แกลง (หมายเลขทางหลวง ๓๔๔) ตำบลเขาซก อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี ๒๐๑๙๐

๐๓๘-๑๖๙๒๔๑

-

otoptoday@hotmail.com

ประธานกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ

นางสาวไซ้คิ้ม แซ่เฮ้ง

ที่อยู่ ๑/๑ 3 - ถนนชลบุรี-แกลง (หมายเลขทางหลวง ๓๔๔) ตำบลเขาซก อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี ๒๐๑๙๐

๐๘๑-๙๘๓๔๙๗๗

-

otoptoday@hotmail.com

แหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์

1) กลุ่มแม่บ้านเกษตรบึงสามง่าม เลขที่ ๑/๑ หมู่ที่ ๓ ถนนชลบุรี-แกลง (ทางหลวงหมายเลข ๓๔๔) ตำบลเขาซก อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี ๒๐๑๙๐ โทร. ๐๓๘-๑๖๙๒๔๑ หรือ ๐๘๑-๙๘๓๔๙๗๗
2) ร้านค้าขายของทั่วไปในหมู่บ้าน
3) ร้านจำหน่ายสินค้า OTOP ที่ทางหน่วยงานราชการจัดขึ้น