ผ้าขาวม้าลายลูกแก้ว

หมวด : ผ้า เครื่องแต่งกาย

ผลิตภัณฑ์

ประวัติความเป็นมา

ผ้าขาวม้าลายลูกแก้ว บ้านหนองไหล หมู่ที่ 1 ตำบลหนองขอน อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี สืบเนื่องมาจากบรรพบุรุษ ของชาวบ้านหนองไหล ซึ่งอพยพมาจาก บ้านหินโงน กรุงเวียงจันทร์ ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2187 ซึ่งได้นำเมล็ดฝ้าย เมล็ดครามนำมาด้วย เพื่อปลูกเอาไว้ทำเป็นเส้นฝ้าย เพื่อทอเป็นผ้าฝ้ายไว้ใช้นุ่งห่มในครัวเรือน แต่จะทำผ้าอยู่สองสี คือ สีขาว และ สีคราม เป็นผ้าสีพื้นเท่านั้น หลังจากนั้นก็มาคิดค้นลายผ้าเพื่อทำเป็นผ้าอีโป้ (ผ้าขาวม้า) ใช้โพกหัว ซึ่งเป็นผ้าขาวม้าลายตาม่องธรรมดา ทำกันจากบรรพบุรุษจากรุ่นสู่รุ่นสู่ลูกหลาน ดังนั้น ลูกหลานจึงนำแนวคิดเดิมที่ทอใช้ในครัวเรือน มาเป็นผ้าขาวม้าลายใหม่ เพื่อความสวยงามและจำหน่ายให้คนในชุมชนพัฒนามาเป็นผ้าขาวม้าลูกแก้ว ซึ่งมี 4 ตระกรอ (เขาฝืม) ตอนแรกยังไม่รวมกลุ่ม ทำจำหน่ายเองเรื่อยมา จนกระทั้ง เมื่อปี พ.ศ. 2530 ได้รวมกัน จัดตั้งกลุ่มอาชีพสตรีทอผ้ามาก่อน ล้มลุกคลุกคลานมาเรื่อย ๆ เมื่อปี พ.ศ. 2547 จึงรวมกันจัดตั้งกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรทอผ้า ทำผ้าขาวม้าลายลูกแก้วขึ้นมาใหม่และส่งลงทะเบียนคัดสรร หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (otop) ในปี 2551 ได้ 2 ดาว จึงมีกำลังใจสานต่องานทอผ้าขาวม้า และได้ส่งผลิตภัณฑ์ขอใบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอุบลราชธานี ผ้าขาวม้าลายลูกแก้วก็ผ่านมาตรฐาน และได้ส่งเข้าคัดสรร otop ในปี 2553 ผลิตภัณฑ์ได้ otop4 ดาว ทางกลุ่มทอผ้าขาวม้าลายลูกแก้วเป็นหลัก และทำผ้ากาบบัว, ผ้าพันคอ ผ้าสไบ กระเป๋า ผ้าลายขัดพื้นฐาน ผลิตภัณฑ์ที่เป็นผ้าขาวม้าทุกชิ้นที่ออกจำหน่ายทางเราเย็บริมทุกชิ้น

อัตลักษณ์(เอกลักษณ์)/จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

มาตรฐานและรางวัลที่ได้รับ

1) OTOP คัดสรร 4 ดาว ปี 2553
2) มผช. เลขที่ 331-36/197(อบ)
3)หนังสือรับรองสำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี

ความสัมพันธ์กับชุมชน

ฝีมือแรงงาน คือ คนในชุมชน 100 เปอร์เซ็นต์ เป็นวิทยากรการทอผ้าและย้อมเส้นฝ้ายด้วยสีธรรมชาติจากเปลือกไม้ และการหมักด้วยโคลน มีการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น มีการรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรทอผ้าบ้านหนองไหล เป็นศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เยาวชนทั้งในและนอกท้องถิ่นได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่ออนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาสู่รุ่นต่อ ๆ ไป

กระบวนการผลิต

วัตถุดิบและส่วนประกอบ

1) เหล่ง = ที่กรอฝ้าย/ด้าย/ไหม
2) อัก = ที่กวักไหม/ฝ้าย/ด้าย
3) หลักกง = ใส่กง
4) กง = ใส่ไจฝ้ายแล้วกวักลงอัก
5) หลา = ที่ปั่นหลอดด้าย เข็นเส้นไหม/ฝ้าย/ด้าย (ตีเกลียว)
6) กระสวย = ใส่หลอดด้ายแล้วสอดทอผ้า
7) คอนอัก = ที่ใส่อักเวลากวักไหม/ฝ้าย/ด้าย
8) ม้ม้วนหูก = ต่อเข้ากับเส้นยืน พอทอผ้าเสร็จจะม้วนเข้ากับไม้ที่ม้วนผ้าไปเรื่อย ๆ จนทอเสร็จแต่ละหูก
9) หลอดด้าย = โบราณ ใช้เครือไส้ตัน ปัจจุบัน ใช้หลอดพลาสติก
10) ฟืม หรือฟันหวี = ใช้กระทบเวลาทอผ้า
11) ราวตากเส้นฝ้าย= จะนำเส้นฝ้ายที่ย้อมสีหรือลอกกาวแล้วมาตากในร่มและกระตุกให้เรียงเส้น
12) หลักเฝือ = สำหรับค้นเครือหูก (ค้นเส้นยืน)
13) ไม้แก้หัวหูก = ใช้เวลาทอผ้าใกล้จะเสร็จจะแก้หัวใส่ไม้แล้วผูกเชือก 2 ข้างข้องไม้แล้วตึงเครือ
14) โฮงมัดหมี่ = ใช้ใส่หัวหมี่แล้วมัดสายหมี่ลงบนเส้นไหม
15) ไม้เหยียบหูก = ใช้เหยียบเวลาทอผ้า
16) กี่ = ใช้ตึงเส้นยืนแล้วนำเส้นพุ่งมาทอ เรียก กี่ทอผ้า
17) หูก = ผืนผ้าและเครือหูกทั้งหมด
18) เชือกมัดหมี่ = เดิมใช้ปอจากกาบกล้วยญวน ปัจจุบันใช้ฟางแทน
19) เส้นฝ้าย ทำเส้นยืน 2 ขีด (200 กรัม)
20) เส้นฝ้าย ทำเส้นพุ่ง คั่น 2 ขีด (200 กรัม)

ขั้นตอนการผลิต

1) เก็บดอกฝ้ายจากต้นฝ้ายที่ปลูกไว้เอง
2) นำดอกฝ้ายที่เก็บได้มาอิ้วเอาเม็ดออก

เทคนิค/เคล็ดลับในการผลิต

-

ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ

กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ

วิสาหกิจชุมชน กลุ่มแม่บ้านเกษตรทอผ้าบ้านหนองไหล

ที่อยู่ 16 1 - - ตำบลหนองขอน อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี 34000

085-2088032

-

otoptoday@hotmail.com

ประธานกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ

นางสาวบานใจ โทพิลา

ที่อยู่ 16 1 - - ตำบลหนองขอน อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี 34000

085-2088032

-

otoptoday@hotmail.com

แหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์

1) ที่ทำการกลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มแม่บ้านเกษตรทอผ้าบ้านหนองไหล
2) งานกาชาดประจำปีจังหวัดอุบลราชธานี
3) งานวันพ่อทุกวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองขอน
4) งานประเพณีแห่เทียนวันเข้าพรรษาประจำทุกปี จังหวัดอุบลราชธานี
5) ศูนย์otopจังหวัดอุบลราชธานี