มะม่วงนอกฤดู

หมวด : อาหาร

ผลิตภัณฑ์

ประวัติความเป็นมา

บ้านโคกดินแดง หมู่ที่ 7 ต.เขาดินพัฒนา อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี ประชากรส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพด้านการเกษตร ซึ่งเมื่อก่อนแต่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพียงเดียว ต่อมาเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2535 ก็เริ่มนำมะม่วงมาปลูก ซึ่งตอนเริ่มแรกก็ปลูกรายละไม่กี่ไร่ และเกษตรกรได้เห็นหมู่บ้านข้างเคียงเขาปลูกมาก่อนจึงเริ่มปลูกกันเรื่อยมา ซึ่งเห็นว่ารายได้ดี และไม่เสี่ยยงกับภัยแล้งด้วยจึงได้เริ่มปลูกกันมาถึงปัจจุบัน มีเกษตรกรปลูกมะม่วงนอกฤดู 18 ราย ประมาณ 230 ไร่

อัตลักษณ์(เอกลักษณ์)/จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

มาตรฐานและรางวัลที่ได้รับ

เกษตรกรได้รับการรับรอง GAP หรือ Q

ความสัมพันธ์กับชุมชน

มีการจัดประชุมกันอยู่เป็นประจำ เพื่อปรึกษาหารือกันภายในกลุ่มหรือมาแลกเปลี่ยนความรู้ต่างๆให้ซึ่งกันและกัน และกลุ่มจะมีการเชื่อมโยงประสานงานกับกลุ่มอื่นเสมอ

กระบวนการผลิต

วัตถุดิบและส่วนประกอบ

1) พันธุ์
2) อุปกรณ์ต่างๆ เช่น กรรณไกรตัดแต่งกิ่ง จอบ เครื่องตัดหญ้า เครื่องพ่นยา เครื่องจักรฯลฯ
3) สารเคมีในการทำมะม่วงนอกฤดู
4) ปุ๋ย (ปุ๋ยอินทรีย์+ปุ๋ยเคมี)
5) แหล่งน้ำ

ขั้นตอนการผลิต

1) ตัดกิ่งที่อ่อนแอไม่สมบูรณ์เนื่องจากโรคและมีบาดแผลจากการทำลายของศัตรู, กิ่งที่อยู่ในทรงพุ่มไม่ได้รับแสงแดดให้โปร่งแสงแดดส่องได้ทั่วถึงและระบายอากาศได้ดีเพื่อลดอัตราการเกิดโรคระบาดพืชที่มีสาเหตุจากเชื้อรา ใช้เครื่องมือชนิดใดก็ได้ขอให้บริเวณแผล ที่ตัดแต่งราบเรียบ และไม่ฉีกขาดหลังตัดกิ่งเสร็จต้องทาทับแผลด้วยปูนกินหมากหรือใช้สีน้ำมันทาทับ เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าทำลายบาดแผล และป้องกันการระเหยน้ำของพืช ควรเริ่มตัดแต่งในเดือนพฤษภาคม
2) การใส่ปุ๋ย บริเวณรอบโคนต้นมะม่วง ควรสุมโคนด้วยแกลบดิบเพื่อเรียกรากฝอยและรากขนอ่อนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการราดสาร และการให้ปุ๋ยทางดิน นอกจากนั้นยัง เป็นการช่วยดูดซับความชื้นดินบริเวณรอบโคนต้นแถมยังช่วยลดปริมาณวัชพืชบริเวณโคนต้นอีกด้วยการให้ปุ๋ยในระยะนี้ประกอบด้วย ปุ๋ยทางดิน ปุ๋ยเคมี ควรเป็นปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น 15 - 15 - 15 , 16-16-16 เป็นต้นโดยการให้บริเวณราก ใน อัตรา 0.5 กิโลกรัม/ต้น สำหรับมะม่วงอายุ 4 ปีขึ้นไป ควรใส่ปุ๋ยคอก เพื่อให้ได้ประโยชน์จากการใช้ปุ๋ยคอกทั้ง 3 ด้าน คือ เพิ่มธาตุ อาหารพืช,ปรับปุรงโครงสร้างของดินและกระตุ้นการเกิดรากของพืชบริเวณโคนต้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการราดสารและการให้ปุ๋ยทางดิน เกษตรกรผู้มีประสบการณ์กล่าวว่าควรใช้ปุ๋ยคอกที่ ได้จากฟาร์มไก่เนื้อ เพราะมีแกลบผสมอยู่ด้วยการ คลุมหน้าดินด้วยแกลบดิบจะช่วยให้ดินบริเวณนั้นมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นเนื่อง จากกระบวนการย่อยสลายซึ่งเป็นการช่วยกระตุ้นให้รากพืชเพิ่มมาก ขึ้นในบริเวณ ดังกล่าวอีกด้วย
3) ราดสารแพคโคบิวทราโซน หลังจากการตัดแต่งกิ่งและบำรุงต้นมะม่วงด้วยการให้ปุ๋ยทางดิน,ทางใบแล้วประมาณ 1 เดือน มะม่วงจะเริ่มแตกใบและเจริญเติบโตตามลำดับและมีความพร้อมที่ จะเริ่มออกดอกได้ ระยะนี้เกษตรกรต้องเริ่มพิจารณากำหนดวันราดสารได้ เพราะหลังจากราดสารประมาณ 2 เดือนมะม่วงจะเริ่มแทงช่อดอก จากนั้นอีก 2 เดือนก็เริ่มเก็บมะม่วงผลดิบขายได้ เกษตรกรจะประสพผลสำเร็จด้านการตลาดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจ,วิเคราะห์ราคาของผลผลิตในช่วงเก็บเกี่ยวได้ถูกต้องหรือไม่ เมื่อมะม่วงมีความอุดมสมบูรณ์พร้อมเกษตรกรสามารถราดสาร แพคโคบิวทราโซนได้โดยเฉพาะ มะม่วงพันธุ์เขียวเสวยอายุ 5-6 ปีขึ้นไปใช้สารแพคโคบิวทราโซน ในอัตรา 6 ขีด ผสมน้ำสะอาด 2 ลิตร ราดให้ทั่วบริเวณที่กลบแกลบดิบหรือสุมโคนต้นไว้ จากนั้นเมื่อมีการดูแลรักษาอย่างถูกต้องมะม่วงจะเริ่มแทงช่อดอด เมื่อราดสารได้ 2 เดือนดังที่กล่าวมาแล้ว ราดสารช่วงปลายเดือนมิถุนายน
4) ฉีดสารไทโอยูเรีย เร่งช่อดอก เมื่อครบกำหนดตามชนิดมะม่วง
5) เมื่อเริ่งแทงช่อดอกต้องดูแลไม่ให้แมลงรบกวนหรือไม่เกิดเชื้อรา เมื่อเห็นว่าแมลงรบกวนหรือเกิดเชื้อรา ต้องรีบฉีดพ่นด้วยสารเคมีทันที มิฉะนั้นจะทำให้ผลผลิตเสียหาย
6) เมื่อเริ่มติดผลให้ฉีดฮอร์โมน เพื่อเร่งให้ผลโตเร็ว
7) เมื่อเริ่มติดผลขนาดประมาณ 12 เซนติเมตร ให้ห่อผลด้วยถุงห่อคาร์บอน รออีกประมาณ 40-45 วัน ก็เก็บผลผลิตได้

เทคนิค/เคล็ดลับในการผลิต

1) มีการดูแลเอาใจใส่ที่ดี ขยันหมั่นตรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ
2) ฝน-ฟ้า-อากาศดี พื้นที่มีอุณหภูมิที่เหมาะสม

ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ

กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ

นายเจณรงค์ คำทรัตน์

ที่อยู่ - 7 - - ตำบลเขาดินพัฒนา อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี 18000

-

-

otoptoday@hotmail.com

ประธานกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ

นายเจณรงค์ คำทรัตน์

ที่อยู่ - 7 - - ตำบลเขาดินพัฒนา อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี 18000

-

-

otoptoday@hotmail.com

แหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์

1) พ่อค้าคนกลางรับซื้อที่สวน
2) นำไปขายเองที่ตลาดวงษ์ทอง สระบุรี
3) ขายแบบเหมาสวน