ผ้าตีนจกบ้านไร่

หมวด : ผ้า เครื่องแต่งกาย

ผลิตภัณฑ์

ประวัติความเป็นมา

ผ้าตีนจกแม่แจ่ม หมายถึง ผ้าฝ้ายหรือผ้าไหมที่ทอและจกด้วยมืออย่างปราณีตตามกรรมวิธีการทอและการจกแบบดั้งเดิมที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นซึ่งเป็นมรดกทางหัตถกรรมที่ถ่ายทอดสืบกันมาและผลิตในอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้เกิดเป็นผ้าที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น
กลุ่มทอผ้าตีนจกบ้านไร่ เกิดขึ้นจากการรวบรวมทุนของสมาชิก ซึ่งภายในหมู่บ้านมีสมาชิกผู้ซึ่งสามารถทอผ้าตีนจกได้จำนวนประมาณ ๕๐ คน มีทั้งลายโบราณและรายประยุกต์ และลายหน้าหมอน

อัตลักษณ์(เอกลักษณ์)/จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

มาตรฐานและรางวัลที่ได้รับ

ผ้าทอจากกลุ่มทอผ้าตีนจกบ้านไร่ ได้รับรางวัลในการประกวดผ้าทอตีนจกประจำปีในทุกปีที่ผ่านมา ดังภาพ

ความสัมพันธ์กับชุมชน

ฝีมือ แรงงาน คือคนในชุมชน มีการ ถ่ายทอดภูมิปัญญาให้กับคนรุ่นใหม่ จึงทำให้คนในชุมชนมีความผูกพันกันเหมือนญาติพี่น้อง มีการรวมกลุ่มเตรียมสมาชิกให้ได้รับความรู้ สร้างความเข้าใจให้ตรงกันในการพัฒนาภูมิปัญญา และมีการแบ่งงานกันทำ

กระบวนการผลิต

วัตถุดิบและส่วนประกอบ

เส้นฝ้ายสีต่างๆ, กี่, สะป๊าน, อีด, สะลุ่น, แป้นผัดหลูหลี, เผี่ยน, กวง, บะกวัก, พะขอ, ขอบฟืม, ฟืม, เขาแป๊ะ, ไม้อกม้า, ไม้ผัง, ไม้ตีนย่ำ, บะหลีแล่น, เจื้อกมัดหัวหูก, แก่นหลอด, กระสวย, ขนเม่น, เหล็กแหลม, โก้กหมู

ขั้นตอนการผลิต

1) ติดตั้งอุปกรณ์ให้พร้อมสำหรับการทอและจก พร้อมเตรียมเส้นยืน และเส้นจก (เส้นพุ่งพิเศษ)
2) การทอธรรมดาโดยการเหยียบไม้ที่ผูกตะกอ เส้นยืนจะถูกแยกออก และเกิดช่องว่างให้สอดกระสวยด้ายพุ่งผ่านได้ เมื่อพุ่งกระสวยแล้วต้องกระทบฟืมทุกครั้ง เพื่อให้ด้ายพุ่งแนบติดกัน หรือทอพิเศษด้วยกระสวย 2 ตัว บรรจุด้ายตัวละสีตรงกลาง โดยกระสวย 1 อยู่กับที่และใช้อีกกระสวย 1 พุ่งเส้นด้ายมาคล้องกับเส้นด้ายของกระสวยที่อยู่กับที่แล้วไขว้เส้นด้ายกัน ก่อนพุ่งกลับ เมื่อพุ่งกระสวยแล้วให้กระทบฟืมทุกครั้ง เมื่อทอได้ผ้าความยาวช่วงหนึ่งจะเริ่มทำการจก
3) กระทบฟันหวี (ฟืม) เมื่อสอดกระสวยด้ายพุ่งกลับแล้วก็จะกระทบฟันหวีเพื่อให้ด้ายพุ่งแนบติดกันจะได้เนื้อผ้าที่แน่นหนา ให้กระทบแรงพอประมาณ ไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง
4) การจกเป็นการจกแบบ คว่ำลายลง คือ จกจากด้านหลังของผ้าใช้ขนเม่นหรือเหล็กแหลมยกเส้นยืนเพื่อควักเส้นจกโดยสอดเส้นจกเว้นไปมาตามลวดลายหลัก ซึ่งผู้ทอใช้สอดสลับสีได้หลากสีตามภูมิปัญญา ความชำนาญและจินตนาการของช่างทอ เมื่อจกครบแถว ให้พุ่งกระสวย 1 ครั้ง (โดยกระสวย 1 อยู่กับที่และใช้อีกกระสวย 1 พุ่งเส้นด้ายมาคล้องกับเส้นด้ายของกระสวยที่อยู่กับที่) แล้วกระทบฟืมอย่างน้อย 2 ครั้ง
5) การเก็บเงื่อนเส้นจกใช้วิธีการเก็บด้านบน โดยต้องเก็บให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีเส้นไขว้กันไปมาดังนี้
5.1 เก็บเมื่อเริ่มต้นขึ้นลวดลาย
5.2 เก็บเมื่อต่อเส้นจกเมื่อเส้นจกลายหมด
5.3 เก็บเมื่อสิ้นสุดหนึ่งช่วงลาย
6) เมื่อทอและจกเสร็จแล้วนำออกจากอุปกรณ์ ผ้าที่ได้ต้องมีลวดลายแน่นเรียบ คล้ายกันทั้งด้านหน้าและหลัง ใช้ได้ทั้งสองหน้า และเมื่อขยี้ด้วยมือตรงลวดลายก็ไม่มีขาดหรือหลุดลุ่ย
7) ลวดลายผ้าตีนจกแม่แจ่ม ประกอบด้วย 16 ลาย คือ ลายหละกอนหลวง ลายหละกอนก๋าง ลายหละกอนหน้อย ลายเจียงแสนหลวง ลายเจียงแสนหน้อย ลายขันสามแอว ลาย ขันแอวอู ลายขันเสี้ยนสำ ลายโกมฮูปนก ลายโกมหัวหมอน ลายหงส์บี้ ลายหงส์ปล่อย ลายนกกูม ลายนกนอนกูม ลายนาคกูม ลายกุดขอเบ็ด และลวดลายอื่นๆแล้วแต่เทคนิคของช่างทอ โดยมีโครงสร้างประกอบด้วย ขอไล่ ห้องนกหรือห้องกุด ขัน โกม หางสะเปา
8) ผ้าตีนจกที่ทอแล้วเสร็จ ต้องมีการเย็บริมผ้าด้วยเข็มเย็บด้วยมือ(เย็บเนา) โดยให้ใช้ด้ายเย็บริมผ้า โดยเย็บม้วนไปด้านหลังของผืนผ้า

เทคนิค/เคล็ดลับในการผลิต

กรรมวิธีการทอและการจกแบบดั้งเดิมที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นซึ่งเป็นมรดกทางหัตถกรรมที่ถ่ายทอดสืบกันมาและผลิตในอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้เกิดเป็นผ้าที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น
ลวดลายหลัก (แม่ลาย) ผ้าตีนจกแม่แจ่ม จำนวน 16 ลาย
1 ลายหละกอนหน้อย ฝ้าย/ด้าย ที่ใช้จกลายมี 19 เงื่อนขึ้นไป ต่างจากหละกอนก๋างและหละกอนหลวงตรงที่การแบ่งเงื่อนจกทั้งโกมและขัน ขันมีขอ 2 ขอ โกมมีขอข้างละ 2 ขอ ในโกมมี จี๋ดอกกวั๊ก การให้สีจกแล้วแต่เทคนิคของช่างทอ
2. ลายหละกอนก๋าง ฝ้าย/ด้าย ที่ใช้จกลายมี 20 เงื่อนขึ้นไป ตอนจกต้องซ้อนฝ้ายทุกครั้ง และมีขันซ้อนขันซ้อนกันอยู่ในโกม โดยในโกมจะมี นกหน้อย การให้สีจกแล้วแต่เทคนิคของช่างทอ
3. ลายหละกอนหลวง ฝ้าย/ด้าย ที่ใช้จกลายมี 24 เงื่อนขึ้นไป วิธีจกเหมือนหละกอนก๋าง มีความแตกต่างจากลายหละกอนหน้อยและหละกอนก๋าง คือ มีเงื่อนจกมากกว่าและในโกมใช้ขอหละกอนหัวง่าม การให้สีจกแล้วแต่เทคนิคของช่างทอ
4. ลายเจียงแสนหลวง ฝ้าย/ด้าย ที่ใช้จกลายมี 26 เงื่อนขึ้นไป วิธีจกทั้งขันและโกมใช้ลายเจียงแสน ในโกมใช้ หงส์ดำ การให้สีส่วนใหญ่จะใช้สีเหลืองจกลายเจียงแสน หรือแล้วแต่เทคนิคของช่างทอ
5. ลายเจียงแสนหน้อย ฝ้าย/ด้าย ที่ใช้จกลายมี 22 เงื่อนขึ้นไป ใช้ขันหละกอน โกมใช้ลายเจียงแสน ในโกมใช้ลายหงส์ดำ การให้สีจกแล้วแต่เทคนิคของช่างทอ
6. ลายหงส์ปล่อย ฝ้าย/ด้าย ที่ใช้จกลายมี 21 เงื่อนขึ้นไป ใช้ขันหละกอน ในโกมหงส์ปล่อยส่วนใหญ่ใช้สีเหลือง หรืออาจจะให้สีอื่นแล้วแต่เทคนิคของช่างทอ
7. ลายหงส์บี้ ฝ้าย/ด้าย ที่ใช้จกลายมี 24 เงื่อนขึ้นไป ใช้ขันหละกอน ในโกมมีหงส์บี้ ฝ้ายที่ใช้จกลาย จะเป็นการเล่นสีของช่างทอ โดยบางคนอาจใช้สีเดียวตลอดทั้งผืน บางคนใช้โกมละสี คละกันตลอดทั้งผืนแล้วแต่เทคนิคของช่างทอ
8. ลายขันเสี้ยนสำ ฝ้าย/ด้าย ที่ใช้จกลายมี 26 เงื่อนขึ้นไป ใช้ขันหละกอน หงส์ที่อยู่ในโกมเป็นหงส์เฉพาะลายขันเสี้ยนสำ ใช้ฝ้าย 4 สี ซึ่งทำได้ยากและต้องใช้ระยะเวลานาน โกมใช้ฝ้าย 2 สี จกสลับต่อเนื่อง กันไป
9. ลายขันสามแอว ฝ้าย/ด้าย ที่ใช้จกลายมี 22 เงื่อนขึ้นไป ขันของลายขันสามแอวจะมีเส้นแหลม 3 เส้น มีนาคและนกอยู่ระหว่างโกม หงส์ของขันสามแอวมีหลายแบบแล้วแต่ช่างทอจะเลือกมาใช้ การให้สีจกแล้วแต่เทคนิคของช่างทอ
10. ลายขันแอวอู ฝ้าย/ด้าย ที่ใช้จกลายมี 22 เงื่อนขึ้นไป ต่างจากขันสามแอวตรงเส้นของขันไม่แหลม มีลักษณะเส้นตัดตรง และโกมเป็นเส้นคู่มีขีดๆ ตรงกลางบางคนเรียกว่า ฟันปลา การให้สีจกไม่มีลูกเล่นมาก ต่างจากขันสามแอว
11. ลายโกมหัวหมอน ฝ้าย/ด้าย ที่ใช้จกลายมี 21 เงื่อนขึ้นไป ใช้ขันเจียงแสน ไม่ซ้อนฝ้าย ในโกมมี จี๋ดอกกวั๊ก การให้สีแล้วแต่เทคนิคของช่างทอ บางคนใช้สีเดียว บางคนใช้โกมละสีสลับกันตลอดทั้งผืน
12. ลายโกมฮูปนก ฝ้าย/ด้าย ที่ใช้จกลายมี 20 เงื่อนขึ้นไป ใช้ขันหละกอนหรือขันเจียงแสนก็ได้ โกมเป็นลาย ขอ คล้ายนก การให้สีจกแล้วแต่เทคนิคของช่างทอ
13. ลายกุดขอเบ็ด ฝ้าย/ด้าย ที่ใช้จกมี 23 เงื่อนขึ้นไป คล้ายลายหละกอน ต่างกันตรงในโกมไม่แบ่งเส้นเส้นฝ้ายขันใช้ลายละกอนหรือลายเจียงแสนก็ได้ เทคนิคของช่างทอบางคนใช้ฝ้ายต่างสีซ้อนในโกม ทำให้ลวดลายแน่นเต็มกว่าลายที่ไม่ซ้อนสีซึ่งแล้วแต่เทคนิคของช่างทอแต่ละคน
14. ลายนาคกูม ฝ้าย/ด้าย ที่ใช้จกมี 24 เงื่อนขึ้นไป ไม่มีห้องนก ถ้ามีขอไล่จะมีนาค 5 แถว ถ้าไม่มีขอไล่ จะมีนาค 6 แถว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของลายนาคกูม จะเน้นการเล่นสีที่ตัวนาค ถ้าใช้หลากหลายสีจะทอยาก ใช้ระยะเวลาทอนานและมีราคาแพง
15. ลายนกนอนกูม ฝ้าย/ด้าย ที่ใช้จกมี 17 เงื่อนขึ้นไป ไม่มีห้องนก มีทั้งแบบมีขอไล่ และไม่มีขอไล่ จกลายนกนอนต่อเนื่องกันเป็นแถวจนเต็มผืนผ้า การให้สีจกแล้วแต่เทคนิคของช่างทอ บางคน ใช้สีเดียวกันเรียงเป็นแถว บางคนสลับสีในแต่ละโกม
16. ลายนกกูม ฝ้าย/ด้าย ที่ใช้จกมี 16 เงื่อน เป็นการจกโดยใช้ห้องนกมาทอต่อกัน ประมาณ 5 แถว (5 ช่อง) การให้สีจกแล้วแต่เทคนิคของช่างทอ

ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ

กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ

กลุ่มทอผ้าตีนจกบ้านต่อเรือ

ที่อยู่ ๘๔ ๑๐ - - ตำบลท่าผา อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ 50270

๐๘๓-๙๔๑๒๘๗๙ , ๐๘๙-๕๕๙๑๖๓๑ , ๐๘๘-๔๑๖๘๗๙๔

-

otoptoday@hotmail.com

ประธานกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ

นางมลทา อรินติ๊บ

ที่อยู่ ๘๔ ๑๐ - - ตำบลท่าผา อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ 50270

๐๘๓-๙๔๑๒๘๗๙ , ๐๘๙-๕๕๙๑๖๓๑ , ๐๘๘-๔๑๖๘๗๙๔

-

otoptoday@hotmail.com

แหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์

1) จำหน่ายที่ทำการกลุ่มทอผ้าตีนจกบ้านต่อเรือ และจำหน่ายตามงานนิทรรศการออกบูทร้านทั่วไป
2) ฝากขายที่ร้านค้าในอำเภอแม่แจ่ม
3) ขายในงานมหกรรมผ้าตีนจกแม่แจ่ม