ผ้าทอกะเหรี่ยง (ผ้าคลุมไหล่)

หมวด : ผ้า เครื่องแต่งกาย

ผลิตภัณฑ์

ประวัติความเป็นมา

กลุ่มผ้าทอกะเหรี่ยงบ้านเมืองงามใต้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2541 จากการรวมกลุ่มกันของสตรีในหมู่บ้านที่ความฝีมือและความสามารถในการทอผ้า โดยจุดประสงค์หลัก ณ ขณะนั้นคือ ต้องการเพิ่มมูลค่าให้ผ้าทอที่ผลิตได้จากกลุ่มแม่บ้านและต้องการสืบทอดภูมิปัญญาการทอผ้ากะเหรี่ยงของบรรพบุรุษ โดยการนำฝ้ายมาทอและออกแบบเป็นถุงย่าม เสื้อผ้า ผ้าถุง และผ้าคลุมไหล่ กลุ่มผ้าทอกะเหรี่ยงบ้านเมืองงามใต้ยังคงมีการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องมีลวดลายหลายแบบ ทั้งแบบสีล้วน คละสี และแบบมีลวดลาย เป็นรูปลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของกลุ่ม ปัจจุบันมีการทำลวดลาย ด้วยไม้ยก จึงมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในสิ่งที่ประดิษฐ์ที่สวยงาม เกิดรายได้มากขึ้นกว่าแต่ก่อน มีการส่งสินค้าออกไปยังต่างจังหวัด ต่างประเทศมากขึ้นเพื่อผลิตสินค้าที่มีคุณภาพตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและเป็นแรงกำลังที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้รุดหน้าส่งผลมายังความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชากรในชุมชน

อัตลักษณ์(เอกลักษณ์)/จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

มาตรฐานและรางวัลที่ได้รับ

-

ความสัมพันธ์กับชุมชน

เนื่องจากกลุ่มได้รับผลกำไรจากการประกอบการจึงมีกิจกรรมต่างๆเพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนโดยได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนทุนการศึกษาแก่เยาวชนและร่วมสบทบทุนในกองทุนและสวัสดิการของชมรมผู้สูงอายุในท้องถิ่นเพื่อประโยชน์ต่อประชากรในท้องถิ่นในอนาคตช่วยเศรษฐกิจชุมชนมีความเข้มแข็งขึ้น

กระบวนการผลิต

วัตถุดิบและส่วนประกอบ

1) ฝ้าย ต้นฝ้ายปลูกในทั่วทุกภาคของประเทศไทย ปลูกได้ทุกฤดูกาล ระยะเวลาในการเพาะปลูก ฤดูกาลเก็บเกี่ยว ใช้เวลา 3 เดือน ไม่ส่งผลเสียต่อความอุดมสมบูรณ์ของต้น ไม่มีพิษภัยต่อมนุษย์
2) วัสดุธรรมชาติ ที่นำมาใช้ย้อมสี หาได้ง่ายในพื้นที่ และมีราคาถูก ขนุน ขมิ้น ข่า ขี้เหล็ก ดอกอัญชัน ตะโก ประดู่ เพกา ไม้สล้าง ใบสับประรด ยอดส้มป่อย ต้นคราม ใบไม้สัก มาย้อมให้มีสีสันสีที่ได้เป็นสีที่ได้จากการย้อมสีธรรมชาติ
วัสดุธรรมชาติที่นำมาย้อมสี ส่วนใหญ่ เป็นพืชผักที่ใช้ประกอบอาหารในชีวิตประจำวันของชาวกะเหรี่ยงบ้านเมืองงามใต้ ตัวอย่างเช่น ขนุน ขมิ้น ข่า ขี้เหล็ก ดอกอัญชัน ตะโก ประดู่ เพกา ไม้สร้าง ฯลฯ เมื่อนำมาปรุงอาหารจะปรากฏสีสันต่าง ๆ หลากหลาย จึงคัดน้ำมาย้อมสีผ้าจนเป็นเอกลักษณ์ของชาวกะเหรี่ยงสืบมา ปัจจุบันมีการพัฒนาฝีมือ โดยใช้อุปกรณ์สมัยใหม่ มีลวดลาย สีสัน มีการประยุกต์ลายใหม่ ๆ มากขึ้น มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีความละเอียดในการถักทอมากขึ้นกว่าเดิม

ขั้นตอนการผลิต

1) นำฝ้ายมาอีดกับเครื่องอีดฝ้าย จากนั้นนำฝ้ายที่อีดมาตากแดด แล้วนำมา ยิงฝ้ายกับ เครื่องยิงฝ้ายเมื่อยิงฝ้ายได้ฟูพอสมควร ก็นำมาปั่นกับ เครื่องปั่นฝ้ายจนได้เส้นด้ายที่เส้นยาวเรียวสวย
2) การย้อมสีฝ้าย ผ้าย้อมจากสีธรรมชาติทั้งหมด โดยใช้สีที่ได้มาจากส่วนของพืช คือ กิ่งก้าน และผล จึงไม่เป็นการทำลายต้นไม้ เป็นมิตรกับธรรมชาติ ในกระบวนการย้อมนั้นจะใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีความหลากหลายมากมาย มาผสมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เริ่มจากย้อมเส้นด้ายสีน้ำตาลอ่อน และสีอิฐด้วยกิ่งและก้านของไม้ประดู่ สีอ่อนเข้มเกิดจากเทคนิคและปริมาณของส่วนผสม สีน้ำตาลเข้ม เกิดจากสีที่สกัดจาก ผลมะเกลือ โดยการนำส่วนของผลมาบดผสมกับน้ำด่างที่ได้จากขี้เถ้าพืช จากนั้นคั้นเอาน้ำมาใช้ในการย้อม ซึ่งกระบวนการย้อมที่ใช้กับเส้นใยฝ้ายครั้งนี้ จะใช้ การย้อมเย็น อันเป็นวิธีที่ได้ทดสอบแล้วว่า ประหยัดเชื้อเพลิง และสีที่ได้จะมีคุณสมบัติติดแน่นในเส้นใย จากนั้นนำไปนึ่งด้วยไอน้ำในเวลาที่เหมาะสม ทำให้สีติดทนนาน และทำให้เนื้อผ้าฝ้ายที่ทอออกมามีความนุ่มขึ้นจากเดิม
3) การทอเป็นผืนผ้า เมื่อย้อมจนได้สีที่ต้องการแล้ว กระบวนการทอเป็นกระบวนการที่ต้องการความพิถีพิถันไม่แพ้กัน กล่าวคือ ตั้งแต่การเลือกฟืม ต้องเลือกฟืมที่มีความพอดีกับลี่ และพอดีกับขนาดเส้นฝ้าย ทำให้ผ้าที่ทอได้ไม่หนาและก็ไม่บางเกินไป อีกทั้งมีสัมผัสอ่อนนุ่มไม่เสียทรง นอกจากเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมแล้ว สิ่งที่มีความสำคัญที่สุดที่จะทำให้เส้นฝ้ายทอมาเป็นผืนผ้าที่สวยงามได้คือช่างทอที่มีความเชี่ยวชาญในการทอ มีความละเอียด และสม่ำเสมอ เพราะแรงฟืมที่กระทบหน้าผ้าขณะทอต้องมีความสม่ำเสมอตลอดเวลาจึงจะได้ผ้าทอที่มีความสวยงามและสมบูรณ์แบบ
4) การออกแบบและการจัดเย็บ เมื่อได้วัตถุดิบคือผ้าทอจากธรรมชาติที่มีคุณภาพแล้ว กระบวนการต่อมาที่มีความสำคัญยิ่งที่จะเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์เป็นทวีคูณคือ การพัฒนากระบวนการผลิตจากอดีตถึงปัจจุบัน ได้นำการพัฒนาหมู่บ้านที่ยั่งยืนด้านการนำหัตกรรมผ้าทอมาประยุกต์เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ส่วนมรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นในการผลิตผ้าไทยเป็นสิ่งที่เราต้องอนุรักษ์เพื่อทรงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของกลุ่มการนำทั้งสองสิ่งมารวมกัน คือการผนวกแฟชั่นสมัยใหม่เข้ากับผ้าไทยจึงเป็นการดึงดูดให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจและเข้าถึงผ้าไทยได้มากขึ้น ยังผลให้เกิดการสานจ่อและเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่นสืบไป

เทคนิค/เคล็ดลับในการผลิต

รูปแบบการตัดเย็บและการออกแบบเอกลักษณ์ของกลุ่มคือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและปลอดภัยต่อผู้ซื้อ นอกจากนั้นทางกลุ่มยังได้มีส่งสมาชิกไปอบรมหรือเชิญวิทยาการที่มีประสบการณ์มาช่วยสอนการตัดเย็บในรูปแบบใหม่ๆเพื่อเพิ่มทักษะและเทคนิคการตัดเย็บให้กับสมาชิกตลอดเวลา

ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ

กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ

กลุ่มผ้าทอกะเหรี่ยงบ้านเมืองงามใต้

ที่อยู่ 105 13 - - ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ 50280

080-8063606

-

otoptoday@hotmail.com

ประธานกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ

นางสมโส สุจาศิริวงศ์

ที่อยู่ 105 13 - - ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ 50280

080-8063606

-

otoptoday@hotmail.com

แหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์

1) ที่ทำการกลุ่มผ้าทอกะเหรี่ยงบ้านเมืองงามใต้ บ้านเลขที่ 105 ม.13 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ 50280 โทรศัพท์ : 080-8063606