ผ้าไหมมัดหมี่บ้านห้วยคู่

หมวด : ผ้า เครื่องแต่งกาย

ผลิตภัณฑ์

ประวัติความเป็นมา

การทอผ้าไหมมัดหมี่ ชาวบ้านห้วยคู่ ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ นานเกือบ ๕๐ ปีนับแต่มีการก่อตั้งหมู่บ้านห้วยคู่ เริ่มจากการทอเพื่อใช้ในครัวเรือน ต่อมาได้เข้าไปมีส่วนร่วมในงานประเพณีต่างๆ เช่น งานแต่งงาน ใช้เป็นเครื่องแต่งกายของเจ้าบ่าว เจ้าสาว ใช้เป็นของไหว้สำหรับญาติฝ่ายชายในงานแต่งงาน งานบวชใช้แต่งตัวนาคและผู้ที่ไปร่วมงาน รวมถึงงานบุญ งานทาน งานประเพณีต่างๆ ผู้คนจะแต่งกายด้วยผ้าไหม ทั้งหญิงและชาย เป็นการประกวดประชันทั้งลวดลายผ้าไหม ฝีมือการทอและการตัดเย็บกันไปในที หลังจากนั้นกลุ่มสตรีแม่บ้านจึงรวมกลุ่มกันทอผ้าไหมเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๙ โดยมีนางหนูแดง วงศ์ภูธร เป็นประธานกลุ่ม มีสมาชิกทั้งหมด จำนวน ๒๐ คน

อัตลักษณ์(เอกลักษณ์)/จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

มาตรฐานและรางวัลที่ได้รับ

-

ความสัมพันธ์กับชุมชน

ชาวบ้านเกิดการรวมกลุ่มอาชีพ เป็นการช่วยเหลือกันในชุมชน ใช้แรงงานในหมู่บ้านโดยเฉพาะช่างทอผ้า เป็นแหล่งเรียนรู้มีการถ่ายทอดภูมิปัญญาให้กับเด็กและเยาวชนในหมู่บ้าน คนในหมู่บ้านมีงานทำไม่ต้องไปทำงานที่อื่นทำให้ครอบครัวอบอุ่น มีความสุข

กระบวนการผลิต

วัตถุดิบและส่วนประกอบ

1) กี่
2) คานแขวน
3) ฟืมหรือหวี
4) ตะกอ
5) ตะกอหลอก
6) ไม้ (ไม้กำพัน)
7) ไม้ขิด (ใช้สำหรับคัด)
8) ไม้เหยียบหรือคานเหยียบ
9) ไม้นั่งทอผ้า
10) บ่ากี่
11) กระสวย
12) ผัง

ขั้นตอนการผลิต

1) นำเส้นไหมที่สาวแล้วมาทำเป็นไจหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า เปีย เส้นไหมที่ได้มานี้จะเป็นสีเหลืองเรียกว่าไหมดิบและมีเส้นแข็ง
2) ฟอกไหม นำไหมไปฟอกให้นิ่มและเป็นสีขาว วิธีฟอกนั้นชาวบ้านไม่ได้ใช้สารเคมีอะไร แต่จะใช้ของที่อยู่ใกล้ตัวเช่น กาบกล้วย ใบกล้วย งวงตาล ฝักหรือเปลือกเพกา อย่างใดอย่างหนึ่งนำมาผ่านให้บางตากแดดให้แห้งและสุมไฟเผาจนมอดเป็นขี้เถ้าไปแช่น้ำทิ้งไว้ให้นอนก้นรินน้ำออกมาเป็นน้ำด่าง นำไหมที่จะฟอกลงไปแช่ในน้ำด่างโดยทุบเส้นไหมให้อ่อนตัวเพื่อน้ำด่างจะได้ซึมเข้าได้ง่าย แช่จนไหมนิ่มและขาวจึงนำไปตากแดดให้แห้ง หากไหมยังไม่สะอาดก็นำไปแช่ด่างตามวิธีเดิมอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นจะต้องระวังดึงไหมออกจากกลุ่มโดยไม่ให้พันกันยุ่ง และนำมาย้อมสีแรกก่อน จึงนำไปพันหลักหมี่เพื่อเตรียมมัดต่อไป
3) มัด นำเส้นไหมที่ฟอกขาวและนุ่มดีแล้วนั้น มาพันหลักหมี่ซึ่งมีลักษณะเป็นไม้กลม 2 ท่อนตั้งตรงข้าม ห่างกันเท่ากับหน้าผ้าของผ้านุ่งที่จะทอ พันไหมไปรอบหลักตามจำนวนรอบที่ต้องการ แล้วจึงนำเชือกมามัดเส้นไหมเป็นตอนๆตามลวดลายที่จะประดิษฐ์จะใช้เชือกกล้วยหรือเชือกฟางมัดก็ได้ ทั้งนี้เพื่อกันไม่ให้น้ำสีเข้าซึมในเส้นไหมเวลาย้อม ตอนนี้เองที่เรียกว่า มัดหมี่ โดยผู้มัดใช้จินตนาการหรือความจำโดยไม่ต้องมีการร่างแบบ
4) ย้อม นำเส้นไหมที่มัดแล้วนี้ไปย้อมสี สีจะติดเฉพาะตรงที่ไม่ได้มัด เมื่อย้อมแล้วอาจจะต้องนำมามัดและย้อมอีกซ้ำมาหลายครั้งแล้วแต่ความยากง่ายของลวดลายและจำนวนสีที่ปรากฏอยู่บนผืนผ้า
5) กรอ เสร็จเรื่องย้อมแล้วตัดเชือกที่มัดออก นำเส้นไหมมากรอใส่หลอดโดยต้องระมัดระวังเรียงลำดับให้ถูกต้อง มิฉะนั้นผืนผ้าที่ทอออกมาจะมีตำหนิในลักษณะต่างๆกันเช่น ลายเขย่งสูงบ้างต่ำบ้าง มีรอยต่อลายเห็นชัดบ้างหรือบางทีกลายเป็นลายอื่นที่ไม่ได้ตั้งใจเลยก็มี
6) เส้นไหมยืน ที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเป็นเส้นไหมพุ่งสำหรับเส้นไหมยืนซึ่งจะเป็นความยาวของผืนผ้านั้น เมื่อฟอกไหมแล้วนำไปย้อมได้เลยแล้วแต่จะต้องการสีอะไร แล้วนำมากรอเข้าหลอด หวีและเข้าฟืม นำขึ้นกี่กอผ้าหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า หูก
7) ทอ เมื่อมัดย้อมและกรอเส้นพุ่งใส่หลอดและเข้ากระสวยเรียบร้อยรวมทั้งมีเส้นยืนบนกี่หรือหูกแล้วให้ใช้มือในการพุ่งกระสวยโดยตรง ไม่ใช้วิธีกระตุกเชือกให้กระสวยพุ่งไปอย่างกี่กระตุก การทอผ้าไหมมัดหมี่นั้นต้องใช้ความละเอียดลออและพิถีพิถันมาก เมื่อกระสวยพุ่งไปครั้งหนึ่ง ก็ต้องตรวจดูว่าตรงกับดอกลายที่มัดไว้หรือไม่ ถ้าไม่ตรงก็ต้องจัดให้ตรงเสียก่อนแล้วจึงทอต่อไปได้

เทคนิค/เคล็ดลับในการผลิต

การทอผ้าไหมมัดหมี่นั้นต้องใช้ความละเอียดลออและพิถีพิถันมาก เมื่อกระสวยพุ่งไปครั้งหนึ่ง ก็ต้องตรวจดูว่าตรงกับดอกลายที่มัดไว้หรือไม่ ถ้าไม่ตรงก็ต้องจัดให้ตรงเสียก่อนแล้วจึงทอต่อไปได้

ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ

กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้าไหมมัดหมี่บ้านห้วยคู่

ที่อยู่ ๙๕ ๑๔ - - ตำบลนาหนัง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ๔๓๑๒๐

๐๘๑-๐๕๙๙๔๓๔

-

otoptoday@hotmail.com

ประธานกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ

นางหนูแดง วงศ์ภูธร

ที่อยู่ ๙๕ ๑๔ - - ตำบลนาหนัง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ๔๓๑๒๐

๐๘๑-๐๕๙๙๔๓๔

-

otoptoday@hotmail.com

แหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์

ที่ทำการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้าไหมมัดหมี่บ้านห้วยคู่ บ้านเลขที่ ๙๕ หมู่ที่ ๑๔ บ้านห้วยคู่ ต.นาหนัง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ๔๓๑๒๐ โทรศัพท์ : ๐๘๑-๐๕๙๙๔๓๔